เกาหลีเหนือและรัสเซียเปิดใช้งานสะพานข้ามพรมแดนแห่งแรก สัญลักษณ์แห่งการขยายความสัมพันธ์
(8 ก.ย.69) เกาหลีเหนือและรัสเซียร่วมเปิดใช้งานสะพานข้ามพรมแดนแห่งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา สะพานดังกล่าวพาดข้ามแม่น้ำตูเมน (Tumen River) โดยทั้งสองฝ่ายยกให้เป็นหมุดหมายสำคัญของการกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
สะพานแห่งนี้มีขนาด 2 ช่องจราจร ความยาว 1 กิโลเมตร รองรับยานพาหนะข้ามแดนได้สูงสุดถึง 300 คันต่อวัน เชื่อมระหว่างเมืองคาซาน ทางตะวันออกไกลของรัสเซีย กับทูมันกังในเกาหลีเหนือ
สะพานแห่งใหม่ถูกสร้างขึ้นใกล้กับ "สะพานมิตรภาพ" เดิม ซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่เปิดใช้งานในปี 1959 หลังสิ้นสุดสงครามเกาหลี และเพื่อเป็นสัญลักษณ์ สะพานใหม่นี้จึงได้รับการตั้งชื่อตาม ยาคอฟ โนวิเชนโก (Yakov Novichenko) ทหารกองทัพแดงของสหภาพโซเวียต ซึ่งเปียงยางยกย่องว่าเป็นผู้ปกป้องชีวิตของ คิม อิล ซอง ผู้นำคนแรกของเกาหลีเหนือในปี 1946 ด้วยการกระโจนรับลูกระเบิดที่ถูกขว้างเข้าใส่
การก่อสร้างสะพานแห่งใหม่นี้มีการหารือกันมานานหลายปี ก่อนจะเริ่มก่อสร้างจริงในเดือนเมษายนปีที่แล้ว หลังจากที่โครงการได้รับอนุมัติระหว่างการเยือนเกาหลีเหนือของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในปี 2024
แม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองประเทศ จะมีเส้นทางบินตรงและทางรถไฟเชื่อมต่อกันอยู่แล้ว แต่ทั้งสองประเทศยังไม่เคยมีเส้นทางข้ามแดนทางรถยนต์ที่สมบูรณ์ โดยนับตั้งแต่ปี 1959 เป็นต้นมา ยานพาหนะที่ต้องการข้ามแดนจะต้องอาศัยการวางแผ่นไม้บนสะพานรถไฟใกล้เคียง ซึ่งเป็นจุดข้ามแดนเพียงแห่งเดียวมานานหลายทศวรรษ ภายใต้ข้อตกลงพิเศษเท่านั้น
นายกรัฐมนตรีมิคาอิล มิชูสติน แห่งรัสเซีย กล่าวว่า การขยายโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งข้ามแดนจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาความร่วมมือด้านการค้า เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมอย่างก้าวกระโดด การก่อสร้างสะพานนี้ไม่ใช่เพียงแค่โครงการทางวิศวกรรมเท่านั้น แต่เป็น "สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพใหม่"
สำนักข่าว KCNA ของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า สะพานแห่งนี้แสดงให้เห็นว่าทั้งสองพันธมิตรได้จัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน การท่องเที่ยว และการค้าสินค้า
ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนับตั้งแต่สงครามยูเครนเปิดฉากในปี 2022 โดยเปียงยางได้ส่งกำลังทหารหลายพันนายไปยังแคว้นเคิร์สก์ของรัสเซีย เพื่อช่วยผลักดันการบุกรุกของยูเครนเมื่อปี 2024
ลิม อึลชุล ศาสตราจารย์จากสถาบันศึกษาตะวันออกไกล มหาวิทยาลัยคยองนัม ในเกาหลีใต้กล่าว ว่า สะพานแห่งนี้เน้นย้ำให้เห็นว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเกาหลีเหนือเริ่ม ไร้ความหมายแล้ว ในขณะที่เกาหลีเหนือพยายามเพิ่มผลประโยชน์ของตนเองให้มากที่สุด รัสเซียกลับได้เส้นทางคมนาคมโดยตรงสำหรับการขนส่งเสบียงทางทหาร กระสุน และกำลังคน รวมถึงทหาร เพื่อทำสงครามที่ยืดเยื้อในยูเครน