ห้องข่าวภาคเที่ยง - นักธุรกิจสาวชาวจีนร้องสื่อ ถูกอ้างสิทธิ์ขับไล่ออกจากบ้านเช่า ทั้งที่มีสัญญาเช่าถูกต้อง แต่กลับมีผู้บุกรุก อ้างเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านคนใหม่เข้าไปในบ้าน ทำให้ทรัพย์สินสูญหายกว่า 30 ล้านบาท
เป็นคลิปภาพที่แม่บ้านของนักธุรกิจชาวจีน ที่เช่าบ้านหลังนี้ในพื้นที่ย่านบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ที่บันทึกภาพร่องรอยความเสียหาย ทั้งประตูบ้าน และภายในบ้าน ที่ถูกรื้อค้นทรัพย์สิน กระจัดกระจาย และพบว่าเงินเก็บของนางเฉินจา เจ้าของบ้าน หายไป 6 แสนบาท
โดยแม่บ้านเล่าว่า กลับมาที่บ้านพบว่ากุญแจถูกทำลาย กล้องวงจรปิดในบ้านก็ถูกถอดออก จึงรีบโทรศัพท์ไปแจ้งกับนางเฉินจา ที่กลับไปประเทศจีน โดยได้แจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ กระทั่งมีคนโทรศัพท์มาแจ้งและแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์คนใหม่ โดยสั่งให้ตนเองรีบเก็บข้าวของออกไปจากบ้านภายใน 1 ชั่วโมง ท่ามกลางความงง
ผู้เสียหายเล่าว่าตนเองได้ทำสัญญากับบริษัทเช่าบ้าน เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2567 โดยการชำระค่าเช่าปีละ 3 ล้านบาท ซึ่งยังไม่หมดสัญญาหรือผิดเงื่อนไข แต่กลับมีกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านมาขับไล่ให้เอง อีกทั้งพบว่า ทรัพย์สินในบ้านหายไปมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ซึ่งในภาพวงจรปิดพบมีชาย 1 คน และอีก 1 คน เข้าไปอยู่ภายในบ้าน
จากกาตรวจสอบพบว่าบริษัทนี้ในฐานะเจ้าของบ้านผู้ให้เช่า มีหุ้นส่วน 2 คน แต่มีผู้มีอำนาจลงนามผูกพันของบริษัทแอบนำบ้านหลังเกิดเหตุไปขายฝากให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ได้เงินขายฝากไป 18 ล้านบาท จากนั้นก็ปล่อยให้ขาด จนนำไปสู่การยึดทรัพย์ และส่งหนังสือแจ้งขับไล่ผู้เช่าออกจากบ้าน
เบื้องต้นผู้เสียหายเข้าไปแจ้งความกับตำรวจบางพลี เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่บุกรุกเข้าไปภายในบ้าน โดยร้องขอให้ดำเนินคดีอายัดบ้านดังกล่าวไว้ ห้ามมิให้บุคคลเข้าไปจนกว่าจะมีคำคำสั่งจากศาลความเห็นให้เป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามทรัพย์สินที่สูญหาย
กรณีมีข้อแนะนำด้านกฎหมาย โดย นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ระบุว่า กรณีการเปลี่ยนเจ้าของทรัพย์สินหรือมีการพิทักษ์ทรัพย์ เนื่องจากเจ้าของเดิมล้มละลาย และถูกยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาด มีรายละเอียดข้อกฎหมายที่สำคัญเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เช่า ดังนี้ กฎหมายยังคงคุ้มครองสิทธิการเช่าของผู้ที่อยู่อาศัยเดิมที่มีสัญญาเช่าอยู่, ห้ามเจ้าของคนใหม่ เข้าไปในบ้านที่ยังมีผู้เช่าอยู่โดยพลการ หรือการขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่าออกไป หากกระทำโดยพลการ เจ้าของใหม่อาจถูกผู้เช่าฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาบุกรุก