เช้านี้ที่หมอชิต - ตามประเด็นดรามา กรณีหมอโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โวยเดือดแทนคนไข้ ตำหนิเจ้าหน้าที่หลังระบบฟิล์มเอกซเรย์มีปัญหา ทำให้ตรวจล่าช้า ปล่อยคนไข้รอนานตั้งแต่เช้า
คนไข้ที่มาโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โพสต์คลิปนี้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "เมื่อคุณหมอตรวจคนไข้ไม่ได้เพราะในระบบไม่มีฟิล์มเอกซเรย์ ทำให้คุณหมอไม่สามารถเปิดดูได้ และได้นัดเจ้าหน้าที่มาตั้งแต่เช้า จะเที่ยงแล้วก็ไม่มีใครมา อ้างว่าอยู่อีกจังหวัด ประชาชนต้องมานั่งรอเพราะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเหรอ ขอบคุณ นายแพทย์เอก เปียงแก้ว ที่ออกมาปกป้องประชาชนมากครับ"
โดยคลิปนี้ นายแพทย์เอก เปียงแก้ว หมอด้านสมองชื่อดัง กำลังส่งเสียงตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ทั้งพยาบาลหน้าห้องตรวจด้านสมอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับฟิล์มเอกซเรย์ที่ทำงานล่าช้า ปล่อยให้ผู้ป่วยต้องนั่งรอหน้าห้องตรวจตั้งแต่เช้าจนเกือบเที่ยง เพราะหมอไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ เนื่องจากไม่มีฟิล์มเอกซเรย์ของคนไข้
นอกจากนี้ นายแพทย์เอก ยังมีการชวนผู้ป่วยและญาติไปพบผู้อำนวยการโรงพยาบาล เพื่อร้องเรียนอีกด้วย
หลังโพสต์นี้ถูกแชร์ มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมาก โดยส่วนใหญ่ชื่นชม นายแพทย์เอก ที่กล้าออกมาทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ป่วย เช่น คุณหมอกล้าหาญค่ะ ที่แสดงความคิดเห็นระบบการทำงาน แต่อยากโอบกอดพยาบาลคนนั้นที่ต้องมารองรับอารมณ์ และอะไรหลายอย่างทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ผิด
หรืออีกคนเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมว่า คุณหมอท่านนี้เก่ง และดีมากค่ะ คุณหมอคนนี้แหละที่ผ่าตัดพี่ชายที่โดนยิง เอากระสุนออกจากสมองกลับมาใช้ชีวิตได้ตั้งหลายปี
สอบถาม คุณรัฐภัทร์ ปานมั่น ผู้โพสต์คลิป บอกว่า วันนั้นพาแม่ไปโรงพยาบาล และเท่าที่ตนเองจับใจความได้ เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลระบบข้อมูลฟิล์มเอกซเรย์อยู่ จังหวัดตรัง ยังเดินทางมาไม่ถึงโรงพยาบาล จึงทำให้คุณหมอต้องตำหนิเจ้าหน้าที่คนนั้น ตนมองว่าหน่วยงานซัปพอร์ตคุณหมอควรทำหน้าที่ให้ดีกว่านี้ และ ผอ.โรงพยาบาล ควรจัดระบบให้ดีกว่านี้
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อ ผอ.โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ทาง ผอ.โรงพยาบาลฯ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยแจ้งว่ายังอยู่ราชการที่ต่างจังหวัด และกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้
ล่าสุด เพจโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โพสต์ชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า จากคลิป เนื่องจากโรงพยาบาลมหาราชกำลังย้ายข้อมูลภาพเอกซเรย์ (X-ray) จาก Data Center เก่าไปยัง Data Center ใหม่ ซึ่งย้ายข้อมูลย้อนหลังได้ 5 ปี (2022-2026) นับจากปัจจุบัน ส่วนข้อมูลอื่น ๆ เช่น ประวัติ ผลแล็บ (Lab) สามารถดูข้อมูลได้ตามปกติ และถ้าแพทย์ต้องการดูข้อมูลย้อนหลังมากกว่า 6 ปี แพทย์สามารถเข้าดูได้ผ่านระบบเดิม (ยังไม่ลบใน Data Center เก่า) โดยดูจากโปรแกรม Soli PACS เนื่องจากยังมีข้อมูลเดิมอยู่ ยังไม่ได้ลบ