เช้านี้ที่หมอชิต - จังหวัดกาฬสินธุ์ ติดตามกรณีชาวประมงพบปลา คล้ายหมอคางดำในเขื่อนลำปาว เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นทางประมงจังหวัดกาฬสินธุ์บอกว่า พบแค่เพียง 1 ตัว ปรากฏว่าต่อมามีชาวประมงจับปลาคล้ายหมอคางดำได้อีกหลายตัว พร้อมวอนให้ภาครัฐช่วยเร่งตรวจสอบ เกรงสร้างความเสียหายกระทบต่อกลุ่มชาวประมง
ล่าสุดหลังคลิปนี้ถูกแชร์ ทางประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ นำตัวอย่างปลาต้องสงสัยในเขื่อนลำปาวที่ชาวประมงจับได้ไปตรวจสอบที่กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ผลยืนยันว่าเป็น "ปลาหมอคางดำ" จริง และจะมีหนังสือยืนยันผลอย่างเป็นทางการออกมาภายในสัปดาห์นี้
จากนี้ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ จับมือผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง วันที่ 12 กันยายนนี้ เพื่อสะท้อนความจริงจังของภาครัฐในการรับมือวิกฤตครั้งนี้
ชาวประมง เผยว่า ตนเองจับปลาคางดำตัวแรก ได้วันที่ 31 สิงหาคม จากนั้นก็มีชาวประมงคนอื่นจับปลาชนิดนี้ได้มาเรื่อย ๆ คนละตัวสองตัวบ้าง จึงนำมาให้ตนเองดูและส่งให้เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์นำตรวจสอบ
ส่วนข้อสงสัยที่ว่าทำไมปลาหมอคางดำถึงพบในเขื่อนลำปาว ตนเองก็หาคำตอบไม่ได้ และเกรงว่าปลาหมอคางดำจะมาทำให้กระทบกับระบบนิเวศ เพราะจะกินสัตว์น้ำพื้นถิ่น กระทบอาชีพชาวประมง
สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์ ถือว่าเป็น "ศูนย์กลางสัตว์น้ำเศรษฐกิจ" ของภาคอีสานด้วย มีเกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในบ่อดิน 1,225 ราย พื้นที่กว่า 8,500 ไร่ สร้างรายได้ 1,000 ล้านบาทต่อปี และเกษตรกรเลี้ยงปลานิลในกระชัง 425 ราย รวมกว่า 12,000 กระชัง ครองแชมป์แหล่งผลิตปลานิลอันดับ 1 ของภาคอีสาน สร้างรายได้สูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อปี
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เกษตรกรอยากให้ภาครัฐต้องเร่งเครื่องเต็มสูบวางมาตรการสกัดกั้นอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ปลาหมอคางดำจะลุกลามซ้ำรอยวิกฤตที่เคยเกิดขึ้นในหลายจังหวัดภาคกลาง อย่างเช่นจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ทำให้เจ้าของบ่อเลี้ยงกุ้งหลายรายแทบสิ้นเนื้อประดาตัว
ส่วนประเด็นตัวกรณี ตัวแทนผู้ทำประมง จังหวัดสมุทรสงคราม ยื่นฟ้องกรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบริษัทเอกชน รวม 18 คน ปมเจ้าหน้าที่รัฐละเลยต่อหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร ทำให้ปลาหมอคางดำแพร่พันธ์ุไปหลายจังหวัดของประเทศไทย
เมื่อวานนี้ศาลปกครองกลาง นัดอ่านคำพิพากษา มีคำสั่งให้กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์ของปลาหมอคางดำอย่างเป็นรูปธรรม ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด และพิพากษา ยกฟ้องบางหน่วยงาน และสั่งให้ "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย" ไปสั่งการให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ประกาศเป็น "เขตจังหวัดภัยพิบัติ"
สำหรับข้อเรียกร้อง ขอให้บริษัทที่นำเข้าปลาหมอคางดำ ชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐ ศาลฯ ไม่ได้พิพากษาในส่วนนี้ ซึ่งฝ่ายกฎหมายของศาลปกครอง เผยสาเหตุเพราะบริษัทเอกชนมีการขอนำเข้าปลาหมอคางดำ แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการแพร่พันธ์ุใครเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้น