“สิริพงศ์” ปัดรัฐบาลถ่วงเวลาถกงบฯ ปี 70 สกัดฝ่ายค้านอภิปรายรายงาน กกต.

“สิริพงศ์” ปัดรัฐบาลถ่วงเวลาถกงบฯ ปี 70 สกัดฝ่ายค้านอภิปรายรายงาน กกต.

View icon 28
วันที่ 9 ก.ย. 2569 | 13.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“สิริพงศ์” ปัดรัฐบาลถ่วงเวลาถกงบฯ ปี 70 สกัดฝ่ายค้านอภิปรายรายงาน กกต. ชี้หากพูดยาวทั้งสองฝ่ายก็ต้องใช้เวลา

วันนี้ (9 ก.ย.69) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงข้อกังวลของฝ่ายค้านว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 อาจล่วงเลย ทำให้ไม่สามารถพิจารณารายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ในวันที่ 10 กันยายนได้ ว่าการอภิปรายงบประมาณเป็นเรื่องของสมาชิกที่ลงชื่ออภิปรายในแต่ละมาตรา โดยสมาชิกต่างมีประเด็นที่สนใจและต้องการนำปัญหาของประชาชนในพื้นที่มาสะท้อน ซึ่งโดยปกติรัฐบาลพยายามกระชับเวลาอยู่แล้ว และการพิจารณางบประมาณจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน ส่วนจะเสร็จตามกำหนดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลว่าจะสามารถลดทอนเวลาของตนเองได้หรือไม่ หากลดเวลาได้ก็ไม่น่ามีปัญหา แต่หากสมาชิกยังต้องการอภิปรายจำนวนมาก เวลาก็อาจล่วงเลยออกไป

ส่วนข้อกังวลของฝ่ายค้าน อาจเป็นประเด็นที่ต้องการหยิบยกขึ้นมาพูด เพื่อกดดันการทำงานหรือสร้างให้กระแสสังคมมองไปในทิศทางนั้น แต่ฝ่ายรัฐบาลพยายามควบคุมและบริหารจัดการเวลาอย่างเต็มที่ โดยตลอด 2 วันที่ผ่านมา ปล่อยให้การประชุมล่วงเลยไปถึงเวลาประมาณ 01.00 น. และไม่ได้ตัดจบการอภิปราย เพื่อให้การพิจารณาคืบหน้าไปได้หลายมาตรามากที่สุด

ขณะเดียวกันยืนยันได้หรือไม่ว่าไม่มีกระบวนการขัดขวางฝ่ายค้านไม่ให้เข้าสู่การพิจารณารายงานของ กกต. เรื่องนี้ นายสิริพงศ์ มองว่า เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล ซึ่งหารือกันอยู่แล้ว ส่วนจะมีกระบวนการถ่วงเวลาหรือไม่ ต้องดูจำนวนผู้อภิปรายจากทั้งสองฝ่าย

นายสิริพงศ์ ระบุเฉพาะงบประมาณของกระทรวงมหาดไทย คาดใช้เวลาอภิปรายประมาณ 4-5 ชั่วโมง หากฝ่ายค้านยังอภิปรายจำนวนมากแล้วจะกล่าวหาว่ารัฐบาลถ่วงเวลาก็คงไม่ใช่ หรือจะให้ฝ่ายค้านพูดเพียงฝ่ายเดียวและรัฐบาลไม่มีสิทธิพูดก็คงไม่ใช่เช่นกัน เพราะทั้งสองฝ่ายควรได้รับเวลาอย่างเท่าเทียมกัน

ส่วนกิจกรรมชุมนุมเดินเท้าในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน เรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการคดีฮั้ว สว. สังคมต้องทำความเข้าใจว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยถูกกล่าวหาว่ามีกระบวนการต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลือก สว. หากผลการดำเนินการของ กกต. ออกมาไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายตรงข้าม ก็อาจมีการกล่าวหาว่า กกต. ถูกกดดันจากรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายค้านกำลังกดดัน กกต. ด้วยการเชิญประชาชนออกมาเดินบนท้องถนน

ขณะที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายขายและเครือข่ายเคยจัดกิจกรรมออกกำลังกายบริเวณด้านหน้าสำนักงาน กกต. ซึ่งจะประสบความสำเร็จหรือไม่เป็นเรื่องที่แต่ละคนต้องพิจารณา แต่สะท้อนให้เห็นว่าความพยายามกดดัน กกต. ของฝ่ายค้านเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเป็นการชุมนุมในสถานที่สาธารณะและไม่รบกวนการสัญจรของประชาชนก็อาจทำได้ แต่หากปิดถนนหรือเดินขบวนเป็นระยะทางไกลและใช้เวลานาน จนกระทบต่อชีวิตประชาชนจำนวนมาก ก็ขอให้ผู้จัดกิจกรรมคำนึงถึงผลกระทบดังกล่าวด้วย

โดยนายสิริพงศ์ ตั้งคำถามว่า หากผลการพิจารณาของ กกต. ไม่เป็นไปตามที่ผู้ชุมนุมคาดหวังจะดำเนินการอย่างไร หรือหากผลออกมาเป็นไปตามที่ต้องการ กลุ่ม สว. ถูกดำเนินคดีและพ้นจากตำแหน่ง ใครจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ เพราะผู้ได้รับประโยชน์ย่อมเป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่ในบัญชีสำรอง ซึ่งต้องพิจารณาว่าเป็นกลุ่มของใคร

อย่างไรก็ตาม การที่ผู้นำฝ่ายค้านเข้าร่วมกิจกรรมด้วยตนเอง ในทางการสื่อสารกับประชาชนอาจบอกได้ว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่สำหรับผู้ที่ติดตามการเมือง ย่อมรู้คำตอบอยู่แล้วว่าการดำเนินการดังกล่าวหวังผลในเรื่องใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง