บังกลาเทศ กำลังเผชิญสถานการณ์ “โรคหัด” ระบาดรุนแรงที่สุดในโลก นับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 1,000 คน และมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อสูงถึงกว่า 166,000 คน โดยสาเหตุมาจากกระบวนการกระจายวัคซีนหยุดชะงัก จากความวุ่นวายทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงนโยบายจัดซื้อวัคซีนในช่วง 2 ปีก่อน
วันนี้ (9 ก.ย. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศบังกลาเทศ กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของ “โรคหัด” (Measles) ครั้งรุนแรงที่สุดในโลก นับตั้งแต่การระบาดเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันและต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับโรคหัดแล้ว 999 คน และมีการบันทึกผู้ต้องสงสัยติดเชื้อสูงถึงกว่า 166,000 คน ขณะที่ผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันคือ 19,835 คน ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขและโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ ตกอยู่ในภาวะวิกฤต ขาดแคลนทั้งเตียงและเวชภัณฑ์ เนื่องจากต้องรองรับทั้งผู้ป่วยโรคหัดและโรคไข้เลือดออกที่ระบาดหนักพร้อมกัน ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขบังกลาเทศ ระบุว่า ในปีนี้มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้วกว่า 45,000 คน
ส่วนสาเหตุมาจากการที่กระบวนการกระจายวัคซีนหยุดชะงัก จากความวุ่นวายทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงนโยบายจัดซื้อวัคซีนในช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้ ทำให้อัตราการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดที่เคยสูงกว่า 95 % มาตลอด ลดลงเหลือไม่ถึง 60 %
ทาง นางนาซิมา วัย 35 ปี เล่าว่า ลูกชายของเธอวัย 1 ปี 1 เดือน ป่วยเป็นโรคหัดเมื่อเกือบ 2 เดือนก่อน ซึ่งเธอได้พยายามหาเตียงรักษาในโรงพยาบาลถึง 4 แห่งแต่ก็ไม่มีเตียงว่าง แต่สุดท้ายลูกชายของเธอก็ได้เข้ารับการรักษาและออกจากโรงพยาบาลในอีก 10 วันต่อมา แต่ยังคงมีไข้ซ้ำและอาการยังไม่หายดี ลูกชายของเธอไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเพราะอาการป่วยในขณะนั้น และเมื่อพาลูกกลับไปที่ศูนย์ฉีดวัคซีนในภายหลัง ก็ได้รับแจ้งว่าไม่มีวัคซีนให้แล้ว ต่างจากลูกอีก 4 คน ที่โตกว่าล้วนได้รับวัคซีนตามกำหนดการปกติครบถ้วน
ด้านศาสตราจารย์มาห์มูดูร์ ราห์มาน นักระบาดวิทยาและอดีตผู้อำนวยการสถาบันระบาดวิทยา การควบคุมโรค และการวิจัย (IEDCR) กล่าวว่า บังกลาเทศพลาดเป้าหมายในการกำจัดโรคหัดเนื่องจากช่องว่างในการฉีดวัคซีนในช่วงปี 2567 และ 2568 ก่อนหน้านี้ บังกลาเทศไม่เคยเผชิญกับสถานการณ์ที่มีเด็กเสียชีวิตจากโรคหัดจำนวนมากขนาดนี้มาก่อน และเราก็ไม่เคยพบจำนวนผู้ป่วยสูงเท่านี้ในรอบปีเดียว นี่เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่ง และสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อคือเด็ก ๆ การอุดช่องว่างด้านภูมิคุ้มกัน การเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีน และการเร่งสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชน ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนในการควบคุมการระบาดครั้งนี้