ชื่นชมหมอ รพ.เสิงสาง วินิจฉัยโรคแม่นยำ จนช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทัน

ชื่นชมหมอ รพ.เสิงสาง วินิจฉัยโรคแม่นยำ จนช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทัน

View icon 58
วันที่ 10 ก.ย. 2569 | 11.17 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
อาจารย์หมอที่ รพ.เทคโนโลยีสุรนารี โพสต์ชื่นชมหมอ รพ.เสิงสาง วินิจฉัยโรคได้แม่นยำ  จึงทำให้คนไข้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จนสามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ทัน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Naritsaret Kaewboonlert” ซึ่งเป็นอาจารย์หมออยู่ที่ รพ.เทคโนโลยีสุรนารี ได้ออกมาโพสต์ชื่นชมคุณหมอของโรงพยาบาลเสิงสางโดยระบุว่า “วันนี้ผมมีโอกาสได้รับเคสส่งต่อจาก รพ.เสิงสาง เป็นเคสที่ทำให้ผมรู้สึกชื่นชมในกระบวนการคิดวิเคราะห์ของน้องแพทย์เวรที่ประเมินผู้ป่วยตั้งแต่แรกรับมากครับ

ประวัติผู้ป่วยหญิงอายุประมาณ 80 ปี เพิ่ง last admit ไปเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อนด้วยเรื่อง Acute bronchitis วันนี้กลับมาที่ห้องฉุกเฉินด้วยอาการสำคัญคือ ไอ หอบเหนื่อย แต่ไม่มีไข้ ตรวจร่างกายพบ Desaturation (SaO2 85-90% Room air) และที่สำคัญคือฟังเสียงปอดได้ Lung clear

ในสถานการณ์หน้างานที่รีบเร่ง คนหน้างานอาจจะต้องเจอกับดักทางความคิดแบบ Anchoring Bias มาลวงให้เรายึดติดกับการวินิจฉัยเดิมได้ง่ายๆ หากมองแค่ประวัติเก่าและอาการไอหอบ ผู้ป่วยอาจถูกจับ admit สั่งพ่นยาขยายหลอดลมแล้วไปสังเกตอาการต่อบนวอร์ด ซึ่งหากการรักษาผิดทางหรือด่วนสรุปเร็วเกินไปในเคสนี้ผู้ป่วยอาจจะ cardiac arrest และไม่รอดชีวิต

แต่น้องแพทย์เวรท่านนี้ไม่ตกหลุมพรางนั้นครับ เมื่อเห็นข้อมูลที่ขัดแย้งกัน (หอบเหนื่อย ออกซิเจนตก แต่ปอดเคลียร์ ไม่มีไข้) จากภาพ CXR พบภาวะหัวใจโต (ถ้าด่วนสรุปว่าเป็น hypertension มือใหม่อาจไม่ติดใจอะไร) และ ECG มี Generalized low voltage จึงตัดสินใจทำ Bedside U/S พบความผิดปกติที่เป็นสาเหตุที่แท้จริงดังรูป (สามารถรายงานผลตรวจที่จำเป็นในการแยกโรคมาได้อย่างถูกต้อง)

การตรวจพบและรายงานผล Echo ที่ตรงจุดนี้ นำไปสู่การตัดสินใจติดต่อ refer มายัง รพ.มทส. ทำให้ผู้ป่วยถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อทำการรักษาช่วยชีวิตได้ทันที

เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการไม่ยึดติดกับดักการวินิจฉัยเดิมเพื่อแยกโรค ขอปรบมือให้กับความใส่ใจและการตัดสินใจของ คุณหมออภิสรา โภคภิรมย์ รพ.เสิงสาง (ดูชื่อจากใบ refer) เก่งมากครับ"

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง รพ.เสิงสาง พบกับ แพทย์หญิงอภิสรา โภคภิรมย์ เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเสิงสาง ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า วันนั้นตนเองเป็นแพทย์ประจำเวรห้องฉุกเฉิน มีผู้ป่วยหญิงอายุประมาณ 80 ปีมาด้วยอาการเต้านมบวม แล้วต้องการมาตรวจเพิ่มเติม

จากการประเมินเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พยาบาลหน้าห้องตรวจพบว่า มีออกซิเจนในเลือดต่ำ มีอาการไอ หอบ เหนื่อย แต่ไม่มีไข้ จึงได้แจ้งคุณหมอว่าน่าจะมีอาการอื่นมากกว่าอาการเต้านมบวม ทางคุณหมอจึงได้สั่งให้ เจ้าหน้าที่ช่วยทำ อัลตร้าซาวด์ เพราะคิดว่าน่าจะมีอาการทางหัวใจมากกว่าอาการทางปอด จนนำไปสู่การวินิจฉัยพบว่ามีน้ำท่วมเยื่อหัวใจอยู่ และได้ทำการสั่งให้ส่งตัวผู้ป่วยนี้ไปทำการผ่าตัดฉุกเฉิน ที่โรงพยาบาลในตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมา จนสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้ได้สำเร็จ

ซึ่งคุณหมอได้บอกว่าการที่เราสามารถวินิจฉัยผู้ป่วยได้ดีนั้น ไม่ใช่เกิดจากหมอคนเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเจ้าหน้าที่คัดกรองที่มีการรับผู้ป่วยเข้ามา สามารถตรวจหาอาการเบื้องต้นพบว่าเป็นสภาวะฉุกเฉิน จนนำไปสู่การวินิจฉัยสำเร็จ คุณหมอยังบอกว่าหากผู้ป่วย ไม่ได้เจอคุณหมอในวันนั้น บุคลากรทางการแพทย์ของที่โรงพยาบาลเสิงสางแห่งนี้ก็ทำตามมาตรฐานวิชาชีพเดียวกันอยู่แล้ว ทั้งคุณหมอและพยาบาลรวมไปถึงบุคลากรท่านอื่นๆ ตามกระบวนการการรักษา โดยมุ้งเน้นในเรื่องของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ซึ่งโรงพยาบาลเสิงสางนั้นมีแพทย์ประจำทั้งหมด 10 ท่าน เป็นโรงพยาบาลระดับ S มีทั้งหมด 60 เตียง จำนวนผู้ป่วยนอกที่เข้ามารับบริการในแต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 300-400 คนต่อวัน

สุดท้ายนี้คุณหมอได้ฝากถึงผู้สูงอายุ หากอยู่ที่บ้านมีอาการเหนื่อยหอบให้รีบมาพบแพทย์ ซึ่งอาจจะไม่ใช่เพียงอาการเหนื่อยจากการเดินเท่านั้น อาจจะมีในเรื่องของอาการโรคปอดและโรคหัวใจแทรกอยู่ และเจ้าหน้าที่ทุกคนยินดีและพร้อมที่จะคอยดูแลผู้ป่วยทุกคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง