พ่อหนูน้อยวัย 5 วัน เดือด ! ผู้บริหาร รพ. หลุดขำกลางวงแถลงข่าว ลั่นหากผิดฟ้องได้เลย ท้าเปิดวงจรปิดพิสูจน์ความจริง ขณะที่ รพ.ออกแถลงการณ์แจงเป็นสีหน้าตามธรรมชาติของแพทย์ขณะตั้งใจฟังคำถาม ไม่ได้มีเจตนาล้อเลียน หรือขาดความเคารพต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวแต่อย่างใด
หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากกรณีการเสียชีวิตของทารกน้อยวัยเพียง 5 วัน ซึ่งสร้างความสะเทือนใจและคาใจให้กับครอบครัวอย่างมาก ล่าสุด บรรยากาศในการแถลงข่าวของทางโรงพยาบาลกลับยิ่งซ้ำเติมความรู้สึกของครอบครัว เมื่อผู้บริหารคล้ายหลุดหัวเราะกลางวงแถลงข่าว หลังถูกถามประเด็นจะฟ้องร้องพ่อแม่เด็กกลับหรือไม่ ทำให้ผู้เป็นพ่อถึงกับเดือดจัด
ที่จังหวัดอ่างทองผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ พ่อของหนูน้อยวัย 5 วัน เปิดเผยด้วยความโมโหและเสียใจว่า ตนเองติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตของลูกอย่างมาก และการกระทำของผู้บริหารโรงพยาบาลที่หลุดขำระหว่างการแถลงข่าวถือเป็นการไม่ให้เกียรติความสูญเสียของครอบครัวอย่างร้ายแรง ตนพร้อมหากโรงพยาบาลจะฟ้องและมั่นใจว่าตนเองและภรรยาไม่ผิด เพราะตนเองติดใจในเรื่องของการนำโต๊ะจีนเข้ามากินในห้อง ซึ่งอยากเรียกร้องให้ทางโรงพยาบาลนำหลักฐานจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อพิสูจน์ความจริงให้กระจ่างชัดว่าเกิดอะไรขึ้น ตนเองไม่ติดใจในเรื่องการรักษาแต่ติดใจในเรื่องของการนำโต๊ะจีนเข้ามากินในห้องNICU และประเด็นกล้องวงจรปิดที่ทำไมถึงไม่สามารถนำมาเผยแพร่ให้ประชาชนรับรู้ได้
ขณะที่สภาพจิตใจของแม่เข้าขั้นวิกฤต ภายหลังการสูญเสียลูกน้อยกะทันหันและต้องมาเจอเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจซ้ำสอง ทำให้อาการทางร่างกายและจิตใจทรุดลงอย่างน่าห่วง ผู้เป็นแม่นั่งกอดโกศใส่กระดูกของลูกน้อยไว้ในอ้อมอกและร้องไห้ตลอดทั้งคืน ไม่ยอมห่างไปไหน ตนเองต้องคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา
ล่าสุด โรงพยาบาลอ่างทองออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอบางช่วงของการแถลงข่าวของบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลอ่างทอง วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ซึ่งปรากฏภาพบุคลากรทางการแพทย์มีสีหน้าคล้ายยิ้มหรือหัวเราะในระหว่างการแถลงข่าว จนอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและสร้างความไม่สบายใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ตลอดจนประชาชนที่ติดตามเหตุการณ์นั้น
โรงพยาบาลอ่างทองขอเรียนชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการรับฟังคำถามจากผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นว่า โรงพยาบาลจะดำเนินคดีกับญาติผู้เสียชีวิตหรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่บุคลากรทางการแพทย์ไม่ได้คาดหมายมาก่อน จึงเกิดปฏิกิริยาทางสีหน้าตามธรรมชาติในขณะตั้งใจรับฟังคำถาม โดยมิได้มีเจตนาแสดงความยินดี ล้อเลียน หรือขาดความเคารพต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวแต่อย่างใด
โรงพยาบาลอ่างทองขอยืนยันว่า บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเคารพต่อผู้ป่วยและผู้รับบริการทุกคน และไม่มีเจตนาที่จะสื่อสารหรือแสดงออกในลักษณะที่ไม่เหมาะสมหรือกระทบต่อความรู้สึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง
ในส่วนของข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ โรงพยาบาลอ่างทองให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏโดยเร็วที่สุด อันจะนำไปสู่ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน