ห้องข่าวภาคเที่ยง - เริ่มจะเจอต้นตอปัญหาน้ำมันรั่วใต้ผิวถนนเชื้อเพลิง เมื่อวานเย็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สั่งการ 2 บริษัทเร่งกู้สถานการณ์และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ส่วนเช้านี้ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่สำรวจความคืบหน้าอีกครั้ง
ยังไม่พบจุดรั่วของน้ำมันเชื้อเพลิง แต่กลิ่นเบาลง
โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตั้งแต่เช้าตรู่ สำรวจความคืบหน้าหาจุดน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร บริเวณ ถนนเชื้อเพลิง ใต้สะพานพระรามที่ 3 พื้นที่รอยต่อระหว่างเขตคลองเตย และ เขตยานนาวา จากพื้นที่ ที่ขุดสูบน้ำมัน 8 จุด พร้อมสำรวจความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งแม้จะยังไม่พบจุดรั่วของท่อส่งน้ำมัน แต่กลิ่นน้ำมันก็เบาบางลงมาก ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เดินสอบถามประชาชนละแวกนั้นว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง
โดย ผู้ว่าฯ กทม. ได้สำรวจผลบันทึกของเจ้าหน้าที่ที่ประจำจุดเกิดเหตุ ก็พบว่ากลิ่นเบาลงมากแล้ว แต่ยังคงให้ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และลงบันทึกทุก ๆ 30 นาที
“เอกนัฏ” สั่งบริษัทส่งน้ำมันสางปัญหาน้ำมันรั่ว
ซึ่งช่วงเย็นเมื่อวานนี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ลงพื้นที่สำรวจหารอยรั่วของของท่อน้ำมันใต้ดิน สุดท้ายไปพบคราบน้ำมันสีดำ ยังเปียก ๆ อยู่ ปนเปื้อนดินและทราย อย่างที่เห็นตอนนี้ จุดนี้อยู่บริเวณจุดกลับรถ ห่างจากอู่ซ่อมรถประมาณ 200 เมตร จึงสั่งการให้บริษัทผู้ส่งน้ำมันผ่านท่อ 2 แห่งบริษัท บาฟล์ ขนส่งทางท่อ จำกัด และ บริษัท กรุงเทพขนส่งทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้า เร่งแก้ไขและฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาพเดิม รวมถึงจ่ายค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น โดย กระทรวงพลังงาน จะติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
“พิพัฒน์” เตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยผลกระทบน้ำมันซึมใน กทม.
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บอก ไม่ขอพูดถึงบริษัท เพราะเกิดจากการร่วมทุนกันของหลายบริษัท ที่เป็นท่อน้ำมันที่ส่งไปปลายทางดอนเมืองและไปถึง อำเภอบางประอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่จากการลงพื้นที่พบแล้ว 1 จุดที่มีการรั่วซึมแต่ไม่ได้ใหญ่ ส่วนจุดที่ 2 ยังไม่ได้รับการรายงานว่ารั่วหรือไม่ อย่างไรก็ตามก็มีการปิดจุดที่รั่วได้ ซึ่งที่ผ่านมามีการตรวจสอบท่อยังใช้ได้อยู่ ส่วนการซึมออกมาต้องรอทางวิศวกรที่กำลังตรวจสอบ และการป้องกันจากนี้ ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. และ กทม. เตรียมการหน้างานไว้แล้ว
ยังไม่พบจุดรั่วของน้ำมันเชื้อเพลิง แต่กลิ่นเบาลง
โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตั้งแต่เช้าตรู่ สำรวจความคืบหน้าหาจุดน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร บริเวณ ถนนเชื้อเพลิง ใต้สะพานพระรามที่ 3 พื้นที่รอยต่อระหว่างเขตคลองเตย และ เขตยานนาวา จากพื้นที่ ที่ขุดสูบน้ำมัน 8 จุด พร้อมสำรวจความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งแม้จะยังไม่พบจุดรั่วของท่อส่งน้ำมัน แต่กลิ่นน้ำมันก็เบาบางลงมาก ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เดินสอบถามประชาชนละแวกนั้นว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง
โดย ผู้ว่าฯ กทม. ได้สำรวจผลบันทึกของเจ้าหน้าที่ที่ประจำจุดเกิดเหตุ ก็พบว่ากลิ่นเบาลงมากแล้ว แต่ยังคงให้ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และลงบันทึกทุก ๆ 30 นาที
“เอกนัฏ” สั่งบริษัทส่งน้ำมันสางปัญหาน้ำมันรั่ว
ซึ่งช่วงเย็นเมื่อวานนี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ลงพื้นที่สำรวจหารอยรั่วของของท่อน้ำมันใต้ดิน สุดท้ายไปพบคราบน้ำมันสีดำ ยังเปียก ๆ อยู่ ปนเปื้อนดินและทราย อย่างที่เห็นตอนนี้ จุดนี้อยู่บริเวณจุดกลับรถ ห่างจากอู่ซ่อมรถประมาณ 200 เมตร จึงสั่งการให้บริษัทผู้ส่งน้ำมันผ่านท่อ 2 แห่งบริษัท บาฟล์ ขนส่งทางท่อ จำกัด และ บริษัท กรุงเทพขนส่งทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้า เร่งแก้ไขและฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาพเดิม รวมถึงจ่ายค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น โดย กระทรวงพลังงาน จะติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
“พิพัฒน์” เตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยผลกระทบน้ำมันซึมใน กทม.
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บอก ไม่ขอพูดถึงบริษัท เพราะเกิดจากการร่วมทุนกันของหลายบริษัท ที่เป็นท่อน้ำมันที่ส่งไปปลายทางดอนเมืองและไปถึง อำเภอบางประอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่จากการลงพื้นที่พบแล้ว 1 จุดที่มีการรั่วซึมแต่ไม่ได้ใหญ่ ส่วนจุดที่ 2 ยังไม่ได้รับการรายงานว่ารั่วหรือไม่ อย่างไรก็ตามก็มีการปิดจุดที่รั่วได้ ซึ่งที่ผ่านมามีการตรวจสอบท่อยังใช้ได้อยู่ ส่วนการซึมออกมาต้องรอทางวิศวกรที่กำลังตรวจสอบ และการป้องกันจากนี้ ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. และ กทม. เตรียมการหน้างานไว้แล้ว