เวลา 08.45 น. วันนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยัง โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ทรงเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านการแพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉิน ครั้งที่ 3 ประจําปี 2569 "The 3rd CRA Disaster and Emergency Management Conference 2026" หรือ CDEM Forum 2026 ซึ่งศูนย์แพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรุงเทพมหานคร จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด "Stronger After the Storm : Transforming Crisis into Opportunity" เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และงานวิจัยด้านการแพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉิน ตลอดจนส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัย ระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กับผู้เชี่ยวชาญและสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ที่มุ่งส่งเสริมแนวคิด "Polycrisis Navigation" หรือ "การนำทางผ่านวิกฤตซ้อนวิกฤต" เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพบุคลากร ในการรับมือกับภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินรูปแบบใหม่ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนสร้างความร่วมมือระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับนานาชาติ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เข้าร่วมการประชุมฯ จากในและต่างประเทศกว่า 300 คน
ในการนี้ มีพระดำรัสเปิดการประชุมความสำคัญกล่าวถึง ประชาคมโลกในปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงไปจนถึงภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพที่ซับซ้อน ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงขึ้น จึงต้องเปลี่ยนการจัดการภัยพิบัติไปสู่ "การนำทางผ่านวิกฤตซ้อนวิกฤต" ด้วยการสร้างระบบสุขภาพที่ยืดหยุ่น เสริมสร้างการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน และแน่ใจว่าสังคมจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแท้จริงหลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์
จากนั้น พระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันทักษะการปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินและการตอบโต้ภัยพิบัติ และรางวัล Person of the year แล้วทอดพระเนตรนิทรรศการของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่นําเสนอ ความสำเร็จในการเป็นผู้นำผลิตยารักษาโรคมะเร็งชนิดมุ่งเป้า ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล, หลักสูตรของศูนย์แพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และนิทรรศการของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เรื่องการขับเคลื่อนระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงที
จากนั้น ทรงลงพระนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กับองค์กรจากประเทศไทยและต่างประเทศ รวม 4 ฉบับ ได้แก่ "สมาคมแพทย์ภัยพิบัติและสาธารณสุข" สหรัฐอเมริกา มุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัย และนวัตกรรมด้านการจัดการทางการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะภัยพิบัติ
"วิทยาลัยวิชาชีพเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินการแพทย์" สหราชอาณาจักร ส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการศึกษาและการฝึกอบรมนักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ ร่วมพัฒนาหลักสูตรที่ได้มาตรฐานสากล, โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์, การทํางานวิจัยร่วมด้านการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการศึกษาแบบจําลองสถานการณ์
"สมาคมนานาชาติด้านเหตุการณ์ขนาดใหญ่และภัยพิบัติทางการแพทย์" สร้างมาตรฐานการฝึกอบรมด้านการแพทย์ภัยพิบัติ โดยใช้ระบบจําลองสถานการณ์ MACSIM, การแลกเปลี่ยนบุคลากรและวิทยากรที่ได้รับการรับรองระดับนานาชาติ, การทำวิจัยพหุสถาบัน ด้านการคัดแยกผู้ป่วยและแผนรองรับอุบัติภัยหมู่ของโรงพยาบาล การบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ อย่างมีจริยธรรมในการจําลองสถานการณ์ทางการแพทย์
กลุ่มคณาจารย์แพทย์ฮาร์วาร์ด ประจําศูนย์การแพทย์เบธ อิสราเอล ดีคอนเนส สหรัฐอเมริกา ร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และราชวิทยาลัยแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย แลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและวิทยาศาสตร์, การจัดทําข้อเสนอโครงการวิจัยร่วม, การแลกเปลี่ยนคณาจารย์และนักศึกษา รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านภัยพิบัติและเวชศาสตร์ฉุกเฉินร่วมกัน ณ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
ศูนย์แพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ ตั้งขึ้นด้วยพระวิสัยทัศน์และพระปณิธาน ที่ทรงมุ่งหวังให้ประเทศไทยมีระบบการแพทย์ฉุกเฉินและการจัดการภัยพิบัติที่ได้มาตรฐานสากล มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากร สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และยกระดับองค์ความรู้ด้านการแพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉิน เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตและภัยพิบัติที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นในอนาคต