องคมนตรี ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่จังหวัดลำพูน และตาก

View icon 28
วันที่ 10 ก.ย. 2569 | 20.08 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี รองประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะ ไปตรวจเยี่ยมเรือนจำจังหวัดลำพูน ที่สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อสร้างการเข้าถึงบริการสุขภาพของผู้ต้องขังอย่างเท่าเทียม ตามหลักมนุษยธรรม เมื่อพ้นโทษจะได้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจ โดยควบคุมผู้ต้องขังกำหนดโทษไม่เกิน15 ปี มีผู้ต้องขังชายและหญิง รวม 2,341 คน มีโรงพยาบาลลำพูน เป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย
 
สถานพยาบาลของเรือนจำ มีพยาบาลวิชาชีพ และนักจิตวิทยา 2 คน มีอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ หรือ อสรจ. 165 คน โรงพยาบาลแม่ข่าย เข้าไปตรวจรักษาโรคทั่วไป, โรคติดต่อไม่เรื้อรัง, ทันตกรรม และจิตเวช เป็นประจำ ส่วนการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติดในเรือนจำฯ ได้พัฒนาพฤตินิสัยทั้งศาสนบำบัด และอาชีวบำบัด เช่น การทอผ้าไหมยกดอก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และภูมิปัญญาพื้นถิ่นของจังหวัด ให้มีทักษะความรู้นำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองหลังพ้นโทษ

จากนั้น เดินทางไปยังโรงพยาบาลลำพูน ซึ่งรับผู้ต้องขังป่วยไปรักษาต่อ โดยมี "ห้องราชทัณฑ์ปันสุข" แยกจากผู้ป่วยทั่วไป เพื่อพิทักษ์สิทธิ์ และด้านความปลอดภัย ปัจจุบัน มีผู้ต้องขังเข้ารับการรักษา 2 คน รวมทั้งมีบริการตรวจรักษาด้วยระบบ Telemedicine  เพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ ทำให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์ และแพทย์เฉพาะทาง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เรือนจำกลางตาก จังหวัดตาก ควบคุมผู้ต้องขังกำหนดโทษไม่เกิน 20 ปี มีผู้ต้องขังชาย-หญิง รวม 2,062 คน สถานพยาบาล มีพยาบาลวิชาชีพ นักจิตวิทยา และ อสรจ. และมีโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย ดำเนินการพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านการป้องกันและควบคุมโรคที่สำคัญ มีการจัดห้องและสถานที่แยกกักโรค และคัดกรองหาเชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส วัณโรค และไวรัสตับอักเสบซี ในผู้ต้องขังทุกราย มีการขึ้นทะเบียนสิทธิหลักประกันสุขภาพครบทุกราย มีแพทย์ ทันตแพทย์ และจิตแพทย์ จากโรงพยาบาลแม่ข่าย เข้าตรวจรักษาเป็นประจำทุกเดือน

มีการคัดกรองสุขภาพจิตในผู้ต้องขังแรกรับ และมีแบบคัดกรองประเมินสุขภาพจิต มีผู้ต้องขังที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตและจิตเวช 67 คน ได้รับการดูแลรักษาครบทุกราย และประสานหน่วยงานปกครอง ชุมชน และสาธารณสุขในพื้นที่ก่อนผู้ต้องขังจิตเวชจะพ้นโทษ เพื่อรักษาและดูแลต่อเนื่อง, ด้านการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติด ทั้งกลุ่มผู้เสพ และผู้ค้ารายย่อย จัดโครงการบำบัดฟื้นฟูผู้ต้องขังจิตเวช และผู้ต้องขังติดยาเสพติด ด้วยกิจกรรมศิลปะบำบัด ศาสนบำบัด และอาชีวบำบัด

และร่วมกับโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  เปิดให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชน ด้านหน้าเรือนจำกลางตาก รองรับทุกสิทธิ์การรักษา ทั้งบริการทางการแพทย์ ศูนย์ฟื้นฟูกายภาพบำบัดผู้ป่วยสโตรก, คลินิกฟื้นฟูกายภาพครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในบริเวณเรือนจำ, ศูนย์การแพทย์แผนไทย และบริการเจาะเลือดและตรวจรักษาโรคทั่วไปสำหรับประชาชน

โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำกลางตาก และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตาก มีบริการตรวจรักษาด้วยระบบ Telemedicine ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการรักษา ไม่ต้องไปรักษาในโรงพยาบาล, สามารถได้รับการวินิจฉัยและตรวจรักษาจากแพทย์และแพทย์เฉพาะทาง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ได้รับการรักษาทันท่วงที มีห้องสำหรับรักษาผู้ต้องขังป่วย แยกออกจากผู้ป่วยทั่วไป

ต่อจากนั้น เดินทางไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตาก ปัจจุบัน มีเด็กและเยาวชนชาย อายุ 12-18 ปี ในความดูแล 52 คน ส่วนใหญ่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และทรัพย์สิน มีพยาบาลวิชาชีพ และนักจิตวิทยา มีการคัดกรองสุขภาพจิตและประเมินสุขภาพจิตด้วยแบบคัดกรองทุกคน ปัจจุบัน มีปัญหาด้านสุขภาพจิตและจิตเวช 11 คน ได้รับประทานยาต่อเนื่อง อาการดีขึ้น และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ เมื่อได้รับการปล่อยตัว จะส่งต่อข้อมูลให้โรงพยาบาลตามภูมิลำเนาเพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น ไปตรวจเยี่ยมเรือนจำอำเภอแม่สอด ควบคุมผู้ต้องขังกำหนดโทษไม่เกิน 10 ปี มีผู้ต้องขังชาย-หญิง 1,132 คน มีโรงพยาบาลแม่สอด เป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย สถานพยาบาลของเรือนจำ มีบุคลากร 3 คน เป็นพยาบาลวิชาชีพ, พยาบาลเทคนิค และนักจิตวิทยา มี อสรจ. 58 คน โดยโรงพยาบาลแม่ข่าย เข้าไปตรวจรักษาโรคทั่วไป, โรคติดต่อไม่เรื้อรัง, ทันตกรรม และจิตเวช เป็นประจำทุกเดือน มีผู้ต้องขังที่มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวช 38 คน ได้รับการดูแลรักษาทุกราย โดยมี "คลินิกคลายเครียด" (Mental Health Service) ให้คำปรึกษาด้านจิตเวช มี "บ้านจิตสัมพันธ์" เป็นศูนย์ฟื้นฟู และบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติด มีกิจกรรมพัฒนาพฤตินิสัย ทั้งอาชีวบำบัด และศาสนบำบัด

มีการขึ้นทะเบียนสิทธิหลักประกันสุขภาพผู้ต้องขัง กับโรงพยาบาลแม่ข่าย ขึ้นทะเบียนคนพิการ, ผู้สูงอายุ, และเด็กติดผู้ต้องขัง โดยทางเรือนจำ จะจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน ให้ผู้ต้องขังที่ไม่มีบัตร ในเดือนพฤษภาคม 2570

สำหรับโรงพยาบาลแม่สอด เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำอำเภอแม่สอด ในการรับผู้ต้องขังป่วยไปรักษาต่อ มี "ห้องราชทัณฑ์ปันสุข" สำหรับรักษาผู้ต้องขังป่วย และมีบริการตรวจรักษาด้วยระบบ Telemedicine เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ต้องขัง ทำให้ได้รับการวินิจฉัยและตรวจรักษาจากแพทย์ และแพทย์เฉพาะทาง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวอื่นในหมวด