คลิปฉาว “สมีโชติ” ย่ำยีศรัทธาชาวพุทธ

View icon 11
วันที่ 11 ก.ย. 2569 | 07.07 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ข่าวสะเทือนวงการสงฆ์ ตำรวจกองบังคับการปราบปราม นำหมายศาลฯ จับกุม “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังพบเบาะแสร้องเรียน เรื่องพฤติกรรมพระไม่เหมาะสมเบียดบังเงินวัดกว่า 92 ล้านบาท และยังเกี่ยวพันกับสีกาคนหนึ่ง

ล่าสุดเวลา 23.00 คืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่นำตัว อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ มาถึงกองบังคับการปราบปราม เพื่อสอบปากคำ

ช่วงนาทีตำรวจกองบังคับการปราบปราม นำตัว “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ มายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อสอบปากคำ

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามอดีตเจ้าอาวาสว่า อยากจะขอโทษ อยากจะพูด, อยากจะบอกอะไรหรือไม่, เครียดหรือไม่ ซึ่งอดีตเจ้าอาวาส ตอบเพียงแค่ว่า “มันเป็นธรรมดาครับ“ ก่อนถูกคุมตัวขึ้นไปบนอาคาร

นอกจากนี้ ตำรวจยังขนทรัพย์สินของอดีตเจ้าอาวาส มาด้วย ถึงขั้นต้องใช้รถถึง 4 คัน มีรถยนต์อเนกประสงค์ 1 คัน รถเก๋ง 1 คัน, รถกระบะ 1 คัน และรถตู้อีก 1 คัน จึงจะสามารถขนทรัพย์สินมาได้ทั้งหมด

ตำรวจ บอกว่า สาเหตุที่เดินทางมาถึงช้า เนื่องจากต้องใช้เวลาในการนับทรัพย์สินซึ่งมีอยู่จำนวนมาก เฉพาะการนับเงินธนบัตร ได้เตรียมเครื่องนับธนบัตรมาถึง 4 เครื่อง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ด้วยจำนวนเงินที่มากมายทำให้เครื่องนับธนบัตรพังไปถึง 2 เครื่อง

โดยทรัพย์สินเบื้องต้นมีเงินสดบรรจุซีลอย่างดี 22 ห่อ หรือคิดเป็นมูลค่า ประมาณ 22 ล้านบาท และเงินสดมีการแกะห่อแต่ยังไม่ถูกนับอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีทองรูปพรรณ และทองคำแท่ง มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท

นอกจากตำรวจจะคุมตัวอดีตเจ้าอาวาสวัดมาสอบสวนแล้ว เช้าเมื่อวานนี้ตำรวจยังจับกุม เอ๋ สีกาคนสนิท ดำเนินคดีข้อหาเกี่ยวกับการเบียดบังทรัพย์, ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน

หลังสืบทราบว่า ทั้ง 2 คน ร่วมกันเบียดบังเงินวัดเป็นของตน เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพ และอำพรางในชื่อของบุคคลอื่น ความเสียหายรวมกว่า 92 ล้านบาท

ซึ่งการตรวจค้นบ้านของ "เอ๋" ตำรวจอายัดทรัพย์สิน ทองคำ หนักประมาณ 90 บาท, เงินสด 3.5 ล้านบาท, เอกสารที่ดิน, บัญชีธนาคาร, เอกสารการลงทุน, กรมธรรม์ประกันสุขภาพ รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 9 ล้านบาท ก่อนพาตัว "สีกาเอ๋" มากองบังคับการปราบปราม

เมื่อ สีกาเอ๋ มาถึงกองปราบ เจ้าตัวเดินเข้าอาคารด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามใด ๆ ของสื่อมวลชน แต่ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวสังเกตว่าที่คอของ สีกาเอ๋ ยังแขวนวัตถุมงคล “เหรียญเหนือดวง” วัตถุมงคลชื่อดังของอดีตเจ้าอาวาส

ด้าน นายเชษฐา "ไวยาวัจกร" ที่ยังไม่มีชื่อถูกศาลฯ ออกหมายจับ แต่ตำรวจคุมตัวมาสอบปากคำอีกคน จนผู้สื่อข่าวพากันตั้งข้อสังเกตว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับคดีนี้หรือไม่

ทางตำรวจสอบปากคำ "ไวยาวัจกร" นานกว่า 5 ชั่วโมง ก็ถูกปล่อยตัวออกมา เมื่อเวลา 22.00 น. คืนที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามประเด็น เรื่องพฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาส การเบิกจ่ายเงินของวัด แต่ ไวยาวัจกร ไม่ตอบคำถามใด ๆ มีเพียงสีหน้าเรียบเฉยแทนการตอบคำถาม

ขณะที่ ลูกศิษย์คนสนิทของอดีตเจ้าอาวาส ชายที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด ยืนยันว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยระแคะระคายหรือรับรู้ถึงพฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาส และหญิงสาวตามในคลิปเลย

แล้วที่มาที่ไปของคดีนี้เป็นอย่างไร ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยว่า "อดีตลูกศิษย์วัด" เริ่มระแคะระคาย เงินที่ได้จากกิจกรรมต่าง ๆ ของวัด มีความพยายามเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเงิน ก่อนประสานข้อมูลมายังตำรวจ ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมนำหลักฐานและข้อมูลเกี่ยวกับการเบียดบังทรัพย์ส่งให้

จากข้อมูลทางการสืบสวนทางลับ พบว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อดีตเจ้าอาวาส มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัด โดยมิชอบกว่า 20 รายการ มีเงินหมุนในบัญชีสีกาหลัก 10 ล้านต่อปี ความเสียหายรวมกว่า 92 ล้านบาท

ส่วนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่าง "อดีตเจ้าอาวาส" กับสีกาคนสนิท คาดว่าน่าจะรู้จัก และสนิทสนมกันมาได้ไม่ต่ำกว่า 2 ปี ส่วนเรื่องการรวบรวมพยานหลักฐาน ตอนนี้ยังไม่เสร็จสิ้น โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงิน

สิ่งที่ตามมาทันทีคือความรู้สึกของผู้ที่เคยเลื่อมใสศรัทธา ทุกคนต่างรู้สึกผิดหวัง และรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะ "อดีตเจ้าอาวาส " มีภาพของการเป็นพระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบมานาน ไม่เคยมีข่าวเสียหาย หรือแม้แต่ตัว "สีกาเอ๋" เอง ก็เป็นคนไม่คุ้นหน้า

ด้าน นายเค ชาวฮ่องกง ที่นิยมเช่าวัตถุมงคล เผยว่า ตนเองอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานประมาณ 8 ปี ที่ผ่านมาชาวฮ่องกงจำนวนมากนิยมมาเช่า และสะสมวัตถุมงคลของอดีตเจ้าอาวาส เพราะได้รับความนิยมในกลุ่มชาวฮ่องกงอย่างมาก ราคาตั้งแต่หลักพันบาทจนถึงหลักล้านบาท

ส่วนสาเหตุที่ชาวฮ่องกงศรัทธาวัตถุมงคลของอดีตเจ้าอาวาส เนื่องจากเป็นพระมีชื่อเสียงในประเทศไทย

ด้าน นายธนัท ชัยวชิระศักดิ์ หรือ “นัท แฟนพันธุ์แท้” เซียนพระเครื่อง เผยว่า ตนเพิ่งเดินทางมาวัดพุทไธสวรรค์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน เพื่อกราบอดีตเจ้าอาวาส และไหว้องค์พ่อจตุคามรามเทพ เพราะศรัทธา

ส่วนของเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนก็รู้สึกช็อก เพราะที่ผ่านมา อดีตเจ้าอาวาส เป็นพระที่ตนเคารพนับถือ รู้จักมาตั้งแต่ปี 2545 รวมเสมือนเป็นครูและพ่อ จึงรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก

สำหรับประเด็นที่สังคมตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างสีกาที่ปรากฏในคลิป นายธนัท บอกว่า เคยเห็นหน้าสีกาคนดังกล่าวมาก่อนแต่ไม่เคยถามชื่อ และไม่ได้สนใจ เพราะตนเองให้ความสำคัญกับเรื่องศรัทธาเป็นหลัก และไม่เคยคิดว่าจะเกิดเรื่องลักษณะนี้ขึ้น

เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อราคาวัตถุมงคลที่อดีตเจ้าอาวาสจัดสร้างหรือไม่ นายธนัท มองว่า ราคาน่าจะลดลงบ้าง แต่ในอีกมุมหนึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์แรงศรัทธาของผู้สะสม อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยังคงเชื่อว่า องค์พ่อจตุคามรามเทพ ยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์ และมองว่าการกระทำผิดเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่ควรนำไปเหมารวมกัน

เรื่องการสอบปากคำ สรุปเมื่อคืนนี้มีเพียง นายเชษฐา "ไวยาวัจกร" คนเดียวที่ถูกสอบปากคำ จึงต้องรอดูการแถลงข่าววันนี้อีกทีช่วง 11.30 น. ที่ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะแถลงความคืบหน้าของคดี และทรัพย์สินทั้งหมดที่อายัดได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง