จับ สมีโชติ ยักยอกเงินวัด-เสพเมถุน

View icon 16
วันที่ 11 ก.ย. 2569 | 06.08 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ข่าวสะเทือนวงการสงฆ์ เมื่อตำรวจกองบังคับการปราบปราม นำหมายศาลฯ ไปจับ "หลวงพ่อโชติ" เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้นตำรับเหรียญเหนือดวง หลังพบเบาะแสร้องเรียน เรื่องพฤติกรรมพระไม่เหมาะสมเบียดบังเงินวัด

นาทีที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม นำหมายศาลฯ จับกุม "หลวงพ่อโชติ" อายุ 66 ปี พระราชาคณะชั้นสามัญ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ สมคบฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากพบพฤติกรรมเบียดบังเงินวัดเป็นของตน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อีกส่วนยังบุกจับกุม นางสาวปุณยวีร์ หรือ เอ๋ สีกาคนสนิทของหลวงพ่อโชติ ข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ สมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน หลังสืบทราบว่า หลวงพ่อโชติ มีการมอบเงินให้ สีกาเอ๋ แปลงสภาพเป็นทรัพย์สินอื่น

จากข้อมูลทางการสืบสวน พบว่าในช่วงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา "หลวงพ่อโชติ" มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบกว่า 20 รายการ มีเงินหมุนในบัญชีสีกาหลัก 10 ล้านบาทต่อปี สร้างความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท

ไม่เพียงเท่านี้ จากการตรวจค้นภายในกุฏิ ตำรวจยังพบภาพคลิปวิดีโอขณะ สีกาเอ๋ เข้ามาในกุฏิ แล้วลักลอบเสพเมถุนหลายครั้ง บริเวณจุดที่ประชาชนมากราบไหว้องค์พ่อจตุคามรามเทพ ใกล้กับกุฏิ 

นอกจากนั้น ในคลิปสังเกตเห็นพฤติกรรมของพระ เหมือนคอยดูความเคลื่อนไหวภาพกล้องวงจรปิดผ่านทางโทรศัพท์มือถือไปด้วย เพราะทุกครั้งที่ลูกศิษย์กำลังเข้ามาหาที่กุฏิ พระจะรีบจัดแจงทุกอย่างให้กลับมาอยู่ในความเรียบร้อยทันที

หลังตกเป็นผู้ต้องหา "หลวงพ่อโชติ" แสดงความสมัครใจขอประกอบพิธีลาสิกขา สละสมณเพศต่อหน้ารองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา และ พระผู้ปกครอง ช่วงเที่ยงเมื่อวานนี้

สอบถาม รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บอกว่า ระหว่างการลาสิกขา แม้อดีตเจ้าอาวาสจะมีสีหน้าเรียบเฉย เชื่อว่าภายในจิตใจย่อมมีความรู้สึกผิด เนื่องจากครองสมณเพศมานาน นอกจากนี้ อดีตเจ้าอาวาส ยังแสดงความเป็นห่วงพระพุทธศาสนาด้วย

จากนั้นช่วงบ่าย ตำรวจกองปราบฯ เข้าตรวจสอบหลักฐาน และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องภายในกุฏิ ทั้งเงินสดบรรจุซีลอย่างดีจากธนาคาร ประมาณ 22 ล้านบาท และทองคำแท่งกับทองรูปพรรณจำนวนมาก

จากนั้น เจ้าหน้าที่ทยอยขนของกลางขึ้นรถ นำกลับมาที่กองบังคับการปราบปราม พร้อมพาตัว นายเชษฐา ไวยาวัจกร ขึ้นรถตู้ของกองปราบฯ มาสอบสวนด้วย

ส่วน สีกาเอ๋ พาตำรวจกองปราบฯ ไปตรวจค้นบ้านพัก 2 หลัง ใน ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พบทรัพย์สินที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับคดีเก็บไว้ที่บ้านหลังหนึ่ง เช่น พระเครื่องเนื้อทอง 35 องค์, ทองคำ 20 รายการ น้ำหนักประมาณ 90 บาท, เงินสด และธนบัตรสกุลเงินต่างประเทศ รวมมูลค่า 3.5 ล้านบาท, อุปกรณ์สื่อสาร, เอกสารที่ดิน, บัญชี, เอกสารการลงทุน, กรมธรรม์ประกันสุขภาพ รวมมูลค่าทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 9 ล้านบาท

หลังการตรวจค้น ตำรวจคุมตัว สีกาเอ๋ ไปสอบสวนที่กองบังคับการปราบปรามทันที เกี่ยวกับประเด็นความสัมพันธ์และที่มาของทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ตรวจยึดได้ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เธอเคยถูกศาลจังหวัดปทุมธานีออกหมายจับปี 2563 ข้อหาร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้า

ระหว่าง สีกาเอ๋ เดินเข้าอาคาร เธอไม่ตอบคำถามของสื่อมวลชน แต่ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่าที่คอของ สีกาเอ๋ ยังแขวนวัตถุมงคล เหรียญเหนือดวง ของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

ส่วน นายเชษฐา ไวยาวัจกร พอมาถึงที่อาคารกองบังคับการปราบปราม ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ถูกพาตัวมาเป็นพยานหรือไม่ แต่ไวยาวัจกรไม่ตอบคำถามใด ๆ เช่นกัน

ล่าสุด เวลา 19.40 น. คืนที่ผ่านมา หลังถูกตำรวจสอบสวนนานกว่า 4 ชั่งโมง ตำรวจกองปราบพาตัวไวยาวัจกรลงจากห้องสอบสวน ก่อนส่งขึ้นรถยนต์ส่วนตัวเพื่อเดินทางกลับวัดทันที โดยไม่ยอมตอบคำถามใด ๆ

โดยตำรวจให้ข้อมูลเพียงว่า อยู่ระหว่างดำเนินการตามกระบวนการ ส่วนความชัดเจนขอให้รอรายละเอียดการแถลงข่าวอีกครั้ง ขอให้ทางตำรวจทำงานก่อน

ด้าน พลตำรวจตรี ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยว่า การจับกุมในคดีนี้ตำรวจได้รับเบาะแสมาจาก "อดีตลูกศิษย์" คนหนึ่ง ที่นำข้อมูลและหลักฐานบางส่วนมามอบให้ช่วงเดือนกรกฎาคม ทั้งเรื่องการเบียดบังทรัพย์ และพฤติกรรมเสพเมถุน จึงให้กองปราบฯ สืบสวนในทางลับ จนนำมาซึ่งการออกหมายจับ

คดีนี้คาดว่ายังมีผู้เกี่ยวข้องอีก 1-2 คน ที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งพิสูจน์ทราบ ส่วนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่าง "อดีตเจ้าอาวาส" กับ สีกาคนสนิท คาดว่าน่าจะรู้จักและสนิทสนมกันมาได้ไม่ต่ำกว่า 2 ปี ส่วนเรื่องการรวบรวมพยานหลักฐานตอนนี้ยังไม่เสร็จสิ้น โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงิน

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งความคืบหน้าคดีจะแถลงเป็นทางการอีกครั้งวันนี้ เวลาประมาณ 11.30 น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง