“AMRO” มองเศรษฐกิจไทยพื้นฐานแกร่ง มาถูกทาง ประเมิน GDP ปี 69-70 ขยายตัวต่อเนื่องที่ระดับ 2.4%

“AMRO” มองเศรษฐกิจไทยพื้นฐานแกร่ง มาถูกทาง ประเมิน GDP ปี 69-70 ขยายตัวต่อเนื่องที่ระดับ 2.4%

View icon 33
วันที่ 11 ก.ย. 2569 | 13.41 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สัญญาณบวก! “เอกนิติ” เดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เจาะกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต บริหารเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน หลัง “AMRO” มองเศรษฐกิจไทยพื้นฐานแกร่ง มาถูกทาง ประเมิน GDP ปี 69-70 ขยายตัวต่อเนื่องที่ระดับ 2.4%

ทิศทางเศรษฐกิจไทยล่าสุด องค์กรวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office) หรือ  “AMRO” แสดงความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายความพยายามในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยโดยคณะผู้แทนของ AMRO นำโดยนาย Yasuto Watanabe ผู้อำนวยการ และนาย Dong He หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ได้เดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อหารือกับผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ โดย AMRO ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถรักษาระดับการขยายตัวได้ที่ 2.4% ทั้งในปี 2569 และต่อเนื่องไปถึงปี 2570 พร้อมระบุตลอด 4 ปีของการติดตามเศรษฐกิจไทยมาต่อเนื่อง ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ AMRO มีความเชื่อมั่นต่ออนาคตเศรษฐกิจไทยมากที่สุดซึ่งการลงทุนระลอกใหม่และการส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพการเติบโตและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งขึ้นในอนาคต

AMRO ประเมินว่าหากไทยสามารถรักษาแรงส่งของการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง และกระจายผลประโยชน์ลงสู่ระบบการจ้างงานและรายได้ของประชาชนในวงกว้าง ประเทศไทยจะสามารถยกระดับขีดความสามารถ และก้าวข้ามขีดจำกัดสู่การเป็นประเทศรายได้สูง (High-Income Country) ตามเป้าหมายที่วางไว้ในระยะต่อไป

วันนี้ (11 ก.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มุมมองเชิงบวกจาก AMRO สะท้อนให้เห็นว่าทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล กำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี และได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับโลก โดยที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้มีการตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจาก 20% เป็น 30% ของ GDP ผ่านมาตรการและโครงการที่สำคัญ ได้แก่ มาตรการเชิงรุก "Thailand Fast Pass" ให้ความสำคัญกับการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และผลักดันให้เกิดการลงทุนจริง ซึ่งผลสำเร็จนี้สะท้อนผลลัพธ์ผ่านยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในครึ่งปีแรกที่เติบโตถึง 37% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.47 ล้านล้านบาท ส่วนการลงทุนจริงที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีการลงทุนจริงกว่า 535,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนั้นยังเร่งผลักดันการลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต (New Economy) ที่มุ่งเน้นเศรษฐกิจดิจิทัล, Data Center, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่กับการเชื่อมโยง SME ไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก ผ่านโครงการ BOI to IPO และ JUMP+ เพื่อยกระดับผลิตภาพและทักษะแรงงานในประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง