วันนี้ (11 ก.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในพื้นที่บ้านสะเดา ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ต่างเร่งนำปุ๋ยเคมีที่ได้สั่งซื้อมาจากโครงการ ปุ๋ยธงเขียว หรือ ธงเขียวราคาประหยัดพลัส และปุ๋ยเคมีที่ซื้อมาจากร้านค้า ทยอยนำมาหว่านใส่แปลงนาข้าวของตนเอง เพื่อเร่งบำรุงต้นข้าวให้เจริญเติบโตทันก่อนที่ต้นข้าว จะถึงช่วงตั้งท้องและออกรวง
โดย 2-3 วันที่ผ่านมานี้ พบว่าในบางพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ โดยเฉพาะที่ อ.พลับพลาชัย ก็ได้มีฝนตกลงมาติดต่อกัน จนทำให้ในพื้นที่นาราบลุ่ม เริ่มมีน้ำขังในนาบ้าง ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อนที่ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงนี้ จึงทำให้ต้นข้าวปลูกนาปีของชาวนา ที่ก่อนหน้านี้กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง จนทำให้ต้นข้าวเริ่มเหี่ยวเฉา และเริ่มใบเหลือง จากการขาดแคลนน้ำมาหล่อเลี้ยง
โดยอิทธิพลของพายุฝนที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ จึงถือเป็นความโชคดีของชาวนา ที่จะได้เร่งหว่านปุ๋ย เพื่อบำรุงต้นข้าวให้เจริญเติบโต ทันกับช่วงที่ต้นข้าวแตกกอและตั้งท้อง ซึ่งข้าวนาปีจะเริ่มแตกกอและตั้งท้องในระหว่างเดือน ส.ค. ถึงเดือน ต.ค.
หลังจากนั้นในช่วงเดือน พ.ย. เป็นต้นไป ต้นข้าวก็จะเริ่มออกรวง พร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยหากช่วงนี้ไม่ได้น้ำฝนจากพายุฝนที่เกิดขึ้น ชาวนาคงไม่มีน้ำเพียงพอที่จะใส่ปุ๋ยบำรุงเร่งการเจริญเติบโต ก็จะทำให้ต้นข้าวแห้งตาย หรือแคระแกรน อีกทั้งยังจะได้ผลผลิตน้อย หรือไม่ได้ผลผลิตเลย
ทางด้าน นายเทียบ อายุ 51 ปี ชาวนา เล่าว่าตนเองทำนา 16 ไร่ ยังไม่ได้ใส่ปุ๋ยเลยสักครั้ง และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ได้หว่านปุ๋ย เพราะตั้งแต่เริ่มทำนาปีนี้มาแทบจะไม่มีฝนตกลงมาเลย ถึงจะมีตกลงมาก็ตกแค่ปรอย ๆ เหมาะแก่การเจริญเติบโตของต้นหญ้า
ส่วนต้นข้าวก็เริ่มเหี่ยวเฉา เพราะไม่มีน้ำเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงให้เจริญเติบโต โดยหลังจาก 2-3 วันที่ผ่านมานี้ โชคยังดีที่มีฝนตกลงมาติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้นาข้าวพอที่จะมีน้ำขังอยู่ในนาบ้าง และเพียงพอที่จะได้ใส่ปุ๋ยบำรุงต้นข้าวให้เจริญเติบโต ทันที่จะแตกกอและตั้งท้อง พร้อมที่ออกรวง และหากไม่มีฝนตกลงมาต้นข้าวก็จะแคระแกรน และได้ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย