สาเหตุที่โรงพยาบาลสันทราย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ไม่มียาจ่ายให้คนไข้ เนื่องจากภาวะสงครามและติดหนี้บริษัทยา ประมาณ 20 ล้านบาท สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่เร่งเคลียร์ปัญหาใน 2 สัปดาห์
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพห้องจ่ายยา โรงพยาบาลสันทราย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พร้อมระบุข้อความ ว่า "ยาค้างจ่าย ไม่มียาจ่าย ยาเบาหวาน ความดัน ยาต้านเกล็ดเลือด จนท.แนะนำว่า ให้ไปซื้อยากินก่อนนะคะ ห้ามขาดยานะ จากบ้านมา รพ.ก็ไม่ใกล้นะ รพ.ใหญ่ระดับอำเภอ แต่ไม่มียาจ่ายแล้ว"
ล่าสุด วันนี้ (11 ก.ย. 69) นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว่า โรงพยาบาลสันทราย ประสบปัญหายาขาดแคลนจนส่งผลกระทบกับผู้ป่วยที่ได้รับยาไม่ครบ เป็นการขาดชั่วคราว สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภาวะสงครามที่ทำให้ยาบางชนิดผลิตน้อยลงหรือเลิกผลิต
อีกส่วนหนึ่งมาจากโรงพยาบาลติดหนี้บริษัทยา ทำให้ทางบริษัทงดส่งยาชั่วคราว โดยในขณะนี้โรงพยาบาลสันทรายติดหนี้บริษัทยาประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขพอ ๆ กับเงินที่ลูกหนี้ของโรงพยาบาลยังค้างจ่าย ขณะนี้ลูกหนี้อยู่ระหว่างทยอยจ่ายให้กับโรงพยาบาล ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้นำเงินที่ได้รับมาทยอยจ่ายหนี้ให้กับบริษัทยา คาดว่าในอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ สถานการณ์การส่งยาจากบริษัทจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากเคลียร์เรื่องสภาพหนี้เรียบร้อยแล้ว
ส่วนคำถามว่าลูกหนี้ของโรงพยาบาลคือใคร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ อธิบายว่าคือโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ส่งตัวผู้ป่วยมารักษาต่อ ซึ่งโดยหลักแล้วงบประมาณการรักษาตามสิทธิของผู้ป่วยต้องโอนจาก รพ.เดิม มาที่ รพ.สันทราย ด้วย แต่ที่ผ่านมายังติดขัดในเรื่องนี้อยู่ สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงในเชิงการจัดการและระบบการจัดสรรเงิน หลังจากการถ่ายโอนภารกิจจาก รพ.สต. ไปสู่ท้องถิ่น (อบจ.) ซึ่งรูปแบบการจ่ายเงินมีความแตกต่างกัน โดยโรงพยาบาลได้งบมาเป็นก้อนใหญ่ แต่ฝั่ง รพ.สต. ได้มาเป็นรายเดือน ทำให้การชำระหนี้ค้างจ่ายระหว่างกันเกิดความล่าช้า และต้องอาศัยข้อตกลงร่วมกันในการปรับระบบ โดยจังหวัดเชียงใหม่มีความแตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากทาง อบจ. ตั้งเป็น Hub หน่วยบริการที่เป็นคู่สัญญากับ สปสช. โดยตรง ทำให้กระบวนการตามจ่ายเงินต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ข้อมูลร่วมกัน
นายแพทย์วรัญญู กล่าวว่า นอกจากโรงพยาบาลสันทราย ยังมีโรงพยาบาลสันป่าตอง อีกแห่งหนึ่งที่ประสบปัญหาลักษณะเดียวกัน ย้ำว่าจะไม่ให้คนไข้ขาดแคลนยาอย่างแน่นอน โดยมีการยืนยันการใช้ยาระหว่างกันและการยืมยาสำรองจากโรงพยาบาลอื่นมาทดแทน พร้อมกับเร่งบริหารจัดการเรื่องสภาพหนี้สินคงค้างและการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือกันระหว่างโรงพยาบาลในภาพรวมของจังหวัด