สุดจะทน ! ย่าแจ้งจับหลานชายทรพีอาละวาด ขู่ไถเงินทุกวันไปซื้อยาบ้าเสพแม้แต่เงินคนชราก็ไม่เว้น
วันนี้ (11 ก.ย.69) กำนันตำบลนาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี แจ้งมีเหตุหลานทรพี ขู่บังคับไถเงินย่าและย่าทวด หากไม่ให้หลานก็จะอาละวาด ทุบข้าวของภายในบ้าน เหตุเกิดที่บ้านหมู่ 17 บ้านนาคำหลวง ต.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี หลังได้รับการร้องจึงประสาน นายนารี น้อยกัลยา ผู้ใหญ่บ้านนาคำหลวง ตำรวจ สภ.ย่อยนาข่า รุดไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุ พบว่านายธนท หรือฤทธิ์ อายุ 18 ปี ซึ่งถูกระบุว่าอาละวาดไถเงินคนในครอบครัว กำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ พร้อมกับเปิดเพลงฟัง ตำรวจได้ให้นางสอน อายุ 86 ปี ย่าทวด และย่าทั้ง 2 คน ไปเคาะประตูเรียกให้นายฤทธิ์ออกมา เพราะว่าอยากเข้าห้องน้ำ แต่นายฤทธิ์ก็ไม่สนใจ บางครั้งก็ได้ร้องตะโกนคล้ายกับรำคาญ โดยนายฤทธิ์อาบน้ำอยู่ประมาณ 1 ชม.
โดยขณะนายฤทธิ์อาบน้ำ ตำรวจได้สอบถาม นางสอน ย่าทวด น.ส.เพ็ญรักษ์ ย่า และ น.ส.วงเดือน น้องย่า เล่าว่า ลูกชาย น.ส.เพ็ญรักษ์ ได้แยกทางกับภรรยา จึงนำนายฤทธิ์ลูกชายมาฝากแม่เลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็ก โดยที่บ้านก็ได้เลี้ยงดูนายฤทธิ์อย่างดี และรักหลานมาก พอเรียนจบชั้น ป.6 ก็ไปอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงที่ จ.นครปฐม และเรียนต่อชั้น ม.1 แต่อยู่ไม่ได้เพราะมีพฤติกรรมก้าวร้าวกับพ่อเลี้ยง จึงได้กลับมาอยู่ที่บ้านย่าเหมือนเดิม แต่ไม่เรียนต่อขณะเรียนหนังสือก็มีพฤติกรรมทำร้ายครู
น.ส.เพ็ญรักษ์ และ น.ส.วงเดือน เล่าต่อว่า นายฤทธิ์ได้ติดยาเสพติดมา 4 ปี ทำให้มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ก้าวร้าวหนักขึ้นกับทุกคนในบ้าน จะไม่ทำงาน แต่จะไถเงินจากทุกคนไปซื้อยาเสพ ถ้าไม่ให้ก็อาละวาดทุบข้าวของภายในบ้าน ทุบแก้ว ทุบขวด ขู่จะทำร้าย ต้องให้ตลอด ถ้าไม่ให้ก็จะอาละวาดไม่หยุด บอกว่าไม่มีก็ไม่เชื่อ จึงต้องให้เงินตลอดครั้งละ 40-50 บาท แต่ขอวันละ 3-4 รอบ จะพูดหยาบคาย มีแต่มึงกูกับทุกคนในบ้าน โดยจะขอย่าก่อน จากนั้นก็ขอกับย่าทวด ขอกับทุกคนในบ้าน ขอเท่าไหร่ก็ต้องให้ รู้อยู่แล้วว่าเอาไปซื้อยาบ้า ทำให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอน อยู่บ้านไม่ได้ ซึ่งนายฤทธิ์ต้องการให้ทุกคนอยู่ใต้อำนาจ จะด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย
“เวลานายฤทธิ์อาละวาด นอกจากด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก็มักจะถือมีดถืออาวุธมีด เกรงว่าคนในบ้านซึ่งเป็นผู้หญิงจะได้รับอันตราย ก็ต้องพาย่าทวดหนีไปอยู่กับญาติ เพราะกลัวว่าจะโดนนายฤทธิ์ทำร้าย แต่พอไปอยู่บ้านญาติไม่นาน ย่าทวดก็ขอกลับบ้าน เพราะคิดถึงบ้าน พอกลับมาบ้านก็จะโดนนายฤทธิ์ไถเงิน อาละวาด ด่าทอ ย่าทวดก็จะหงุดหงิด อยากหนีไปอยู่ที่อื่น แม้แต่เงินผู้สูงอายุ 800 บาท ของย่าทวดก็โดนนายฤทธิ์ไถไปจนหมด ”
ส่วนนายติ นอกเมือง กำนันตำบลนาข่า เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุจากผู้ใหญ่บ้าน บางครั้งก็เป็นเจ้าของบ้านว่านายฤทธิ์ อาละวาด ทุบทำลายข้าวของ ขู่ทำร้าย ขู่ฆ่า ทุบบ้านเรือน จึงต้องมาระงับเหตุประจำ ช่วงแรกยังเป็นเยาวชน อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ จึงทำอะไรไม่ได้ เคยนำตัวไปบำบัด เอายามากิน แต่นายฤทธิ์ไม่ยอมกินยา ช่วงนี้ยังไม่ถึงขั้นทำร้ายใคร มีแต่ทุบทำลายข้าวของ แต่ครั้งนี้คนในบ้านซึ่งส่วนมากเป็นผู้หญิงสูงอายุ เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงต้องมาแก้ไขปัญหา
ตำรวจได้ควบคุมตัวนายฤทธิ์ไปโรงพัก ทำการสอบสวน ซึ่งนายฤทธิ์ ให้การรับสารภาพว่า เมื่อวานไปเสพยาบ้าไป 1 เม็ด ยอมรับว่าขอเงินย่า ย่าทวด และน้องสาวย่าไปซื้อยาบ้ามาเสพ แต่ไม่ได้ขู่หรือทำร้ายคนในครอบครัวแต่อย่างใด เพราะเวลาตนขอเงินคนในครอบครัว ทุกคนก็มักจะบ่น จึงทำให้ตนมีอารมณ์ฉุนเฉียวบ้างเป็นบางครั้ง
นายสัญญา แย้มบุปฝา ได้พานางสอนคำ น.ส.เพ็ญรักษ์ และ น.ส.วงเดือน มาโรงพักแจ้งความต่อ พ.ต.ต.ศราวุธ สุระเสียง สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยนาข่า เพื่อดำเนินคดีกับนายฤทธิ์หลานชาย ซึ่งตำรวจได้ตรวจปัสสาวะนายฤทธิ์เพื่อหาสารเสพติด พบว่าฉี่เป็นสีม่วง เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนข้อหา “กรรโชกทรัพย์ และทำให้เสียทรัพย์” ให้พนักงานสอบสวนจะแจ้งในภายหลัง