ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - คดีเบียดบังทรัพย์ วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนถึงตอนนี้ยังคงมีผู้ต้องหาในคดีอยู่ 2 คน คือ "อดีตหลวงพ่อโชติ" และ "สีกาเอ๋" แต่ตำรวจยังไม่สิ้นสุดคดีเพียงเท่านี้ เพราะจากทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้จำนวนมาก ยังต้องพิสูจน์ว่ามีส่วนไหนที่ได้มาโดยไม่ชอบอีกบ้าง
นายอติโชติ หรือ อดีตหลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ นางสาวปุณยวีร์ หรือ เอ๋ สีกาคนสนิท ถูกคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 จังหวัดสระบุรี ฝากขังผัดแรก โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และอยู่ในความสนใจของประชาชน
และต่อมา ศาลฯ ก็อนุญาตให้ฝากขัง และยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เพราะพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ทั้งสองถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน และความผิดตามกฎหมายอื่นที่มีอัตราโทษสูง ที่ยังต้องสอบสวนเส้นทางการเงิน ขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าหากปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้ จึงยกคำร้อง
คดีนี้เริ่มต้นที่มีข้อสงสัยเรื่องการฟอกเงิน 92 ล้านบาท จากหลักฐานการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบกว่า 20 รายการ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่จากจำนวนทรัพย์สินที่พบในกุฏิซึ่งเป็นที่พำนักของ นายอติโชติ ในขณะบวชเป็นพระ กลับพบมีเงินสด 138 ล้านบาท เงินฝากในบัญชี 290 ล้านบาท ทองคำประมาณ 976 บาท ยังไม่นับรวมทรัพย์สินอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างรอการประเมินมูลค่า จึงต้องค่อย ๆ ตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่ได้มาเหล่านี้มีส่วนใดที่ได้มาโดยไม่สุจริตบ้าง
มีรายงานข่าวจากแหล่งข่าวในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ที่มีการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ตำรวจได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 8 ปาก และคาดว่าตลอดทั้งสัปดาห์จะมีการเรียกสอบพยานอีกไม่ต่ำกว่า 10 ปาก ส่วนใหญ่เป็นลูกศิษย์ และคนใกล้ชิดของ นายอติโชติ และ นางสาวปุณยวีร์
นอกจากนี้ที่จะดำเนินการไปแบบคู่ขนาน คือ การตรวจสอบเส้นทางการเงินของทั้ง 2 คน ว่าเชื่อมโยงไปถึงใครบ้าง พนักงานสอบสวนก็จะเรียกบุคคลนั้นมาชี้แจง ที่สำคัญ คือ การตรวจสอบบัญชีธนาคาร เริ่มจากบัญชี "มูลนิธิหวันโชติ" ว่ามีการรับเงินบริจาคไปใช้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ หรือมีการดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายบัญชีที่ต้องตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เนื่องจากหนึ่งในลูกศิษย์มีหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับ "ธนาคาร" ซึ่งมีโอกาสที่จะให้การช่วยเหลือได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พบว่าได้ให้ความร่วมมือในระดับหนึ่ง โดย นายอติโชติ จะให้ปากคำอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในส่วนที่ตัวเองทราบข้อกฎหมาย ส่วน นางสาวปุณยวีร์ ให้ปากคำในลักษณะเท่าที่ตัวเองพอจะนึกออก ส่วนคดีนี้จะเชื่อมโยงไปถึงเซียนพระชื่อดังหรือไม่ ยังต้องรอการตรวจสอบเส้นทางการเงินถึงจะบอกได้