กรมราชทัณฑ์ แจง กรณีผู้ต้องขังคดีอนาจารเด็ก เสียชีวิตขณะรักษาตัว ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่ใช่เสียชีวิตในเรือนจำ
ตามที่ปรากฏในข่าวสื่อสังคมออนไลน์ กรณีศาลอาญานัดฟังคำพิพากษา หรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ นายพิชัย จำเลยในคดีความผิดเกี่ยวกับการพรากเด็กและกระทำอนาจารเด็ก ในวันที่ 11 กันยายน 2569 และมีการแจ้งต่อศาลว่าจำเลยเสียชีวิตแล้ว นั้น
กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน เกี่ยวกับสถานที่และพฤติการณ์ การเสียชีวิตของผู้ต้องขัง ดังนี้ นายพิชัย ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ถูกย้ายไปคุมขังเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เนื่องจากกำหนดโทษเกินอำนาจการควบคุมของเรือนจำเดิมตามระเบียบราชการ และเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายพิชัย มีอาการเจ็บป่วยรุนแรง เรือนจำกลางคลองเปรมจึงเร่งส่งตัวเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทันที โดยเข้ารับการดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) มีการใส่ท่อและ ใช้เครื่องช่วยหายใจ รวมถึงให้ยาเพิ่มความดันโลหิต ทั้งนี้ บุตรของนายพิชัย ได้เข้าเยี่ยมและมีส่วนร่วมในการวางแผนการดูแลแบบประคับประคอง โดยญาติได้แสดงเจตนาปฏิเสธการกู้ชีพ (CPR) หากเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น ต่อมานายพิชัย ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ณ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ด้วยอายุ 71 ปี จากภาวะระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว จากการติดเชื้อในกระแสเลือด ร่วมกับภาวะไตวายเฉียบพลันและปอดอักเสบ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ภายหลังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้รับคำสั่งเบิกตัวจากศาล ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 จึงได้ดำเนินการจัดทำหนังสือแจ้งศาลอย่างเป็นทางการว่า นายพิชัย ได้เสียชีวิตแล้ว โดยได้แจ้งต่อศาลในวันที่ 11 กันยายน 2569
กรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันว่า นายพิชัย ไม่ได้เสียชีวิตภายในเรือนจำกลางคลองเปรม แต่เสียชีวิตขณะเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างเต็มกำลังความสามารถจนถึงวาระสุดท้าย โดยกรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการดูแลผู้ต้องขังด้วยหลักมนุษยธรรมเป็นสำคัญ