อดีตผู้จัดการบริษัทเอกชนชื่อดัง ร้องถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม หลังทำงานมากว่า 20 ปี อ้างทุจริตหวังตัดตอนเงินชดเชย ลุยฟ้องทวงศักดิ์ศรีคืน
วันนี้ (12 ก.ย. 69) ที่สำนักงานรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม นายธาตรี อดีตผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วย นางสาวแววดาว ภรรยาผู้เสียหาย เดินทางเข้าร้องเรียนขอให้มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โดยนายรณณรงค์ แก้วเพชร์ ประธาน และ ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิฯ ช่วยเหลือทางกฎหมาย กรณีถูกบริษัทชื่อดังเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
นางแววดาว ภรรยา เปิดเผยว่าสามีไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเอง เพราะเครียดอย่างหนักจนป่วยติดเตียง ประกอบกับป่วยเป็นโรคตับแข็งและกระดูกเสื่อม จึงทำให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว สาเหตุที่ต้องมาร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจาก นายธาตรี (สามี) ในฐานะผู้เสียหายถูกบริษัทชื่อดังแจ้งเลิกจ้างแบบฟ้าผ่า ทั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมานานกว่า 20 ปี ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ดูแลกว่า10 สาขา ซึ่งเป็นงานที่หนักมาก แต่ก็รับผิดชอบได้ด้วยดีโดยไม่มีข้อบกพร่องมาตลอดทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ทางบริษัทกลับแจ้งเลิกจ้างทันทีโดยให้มีผลในวันที่ 11 มีนาคม 2569 โดยอ้างสาเหตุว่านายธาตรีกระทำการทุจริต
นายธาตรี ยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เชื่อว่าที่พยายามกล่าวหาว่าทุจริตเพราะต้องการที่จะไม่จ่ายเงินชดเชย เนื่องจากมีอายุงานมากถึง 20 ปีและได้ตัดสินใจดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ภรรยาผู้เสียหาย กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2568 สามีป่วยด้วยโรคตับแข็งและโรคกระดูกเสื่อม ทำให้ต้องเดินทางไปพบแพทย์เป็นประจำเพื่อรักษาตัว ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องลาป่วยบ่อยครั้งแต่ก็เป็นการลาที่ถูกต้องตามกฎระเบียบของบริษัทและตามกฎหมายทุกประการ แต่อาจจะทำให้บริษัทไม่พอใจจึงอยากจะเลิกจ้าง แต่ติดที่ว่าสามีมีอายุงานมาก ถ้าเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผลอันควร ก็ต้องจ่านเงินชดเชยจำนวนมาก
สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตนั้น นายธาตรีชี้แจงว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ตนได้เข้าไปตรวจร้านอาหารในความรับผิดชอบ ที่สาขาราชพฤกษ์ และดำเนินการเคลียร์อุปกรณ์ภายในร้านที่ใช้งานแล้ว รวมถึงอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ เพื่อนำไปส่งต่อให้กับสาขาอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้งาน ซึ่งการย้ายอุปกรณ์ลักษณะนี้ถือเป็นงานในหน้าที่ อำนาจบริหารจัดการ และเป็นประเพณีปฏิบัติในการทำงานเรื่อยมาโดยไม่เคยมีปัญหาขัดข้องแต่อย่างใด
ในวันดังกล่าว ตนได้มอบหมายให้พนักงานของร้านชื่อเล่น "ต้า" เป็นผู้รวบรวมอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ใส่ถุง และนำไปไว้ในรถยนต์ของตนเพื่อเตรียมนำไปกระจายให้สาขาอื่น จนกระทั่งในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ทีมงานของบริษัทก็ได้ติดต่อเข้ามา ซึ่งกระบวนการทั้งหมดเป็นการปฏิบัติงานตามปกติวิสัยของตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ แต่กลับถูกบริษัทหยิบยกมากล่าวหาว่าเป็นความผิดร้ายแรงเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเลิกจ้างและตัดสิทธิเงินชดเชยตามกฎหมายดังกล่าว
นายธาตรี ยืนยันเดินหน้าฟ้องร้องตามกฎหมายเพื่อเรียกศักดิ์ศรีและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคืนมา และเนื่องจากนายจ้างเป็นบริษัทใหญ่ กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และต้องการให้เป็นเป็นบรรทัดฐานในปฎิบัติต่อพนักงานคนอื่น ๆ ด้วย