เจาะประเด็นข่าว 7HD - คดีเบียดบังทรัพย์ วัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ตำรวจยังไม่สิ้นสุดคดีเพียงแค่การเอาผิดกับ "นายโชติ" และ "สีกาเอ๋" เพราะจากทรัพย์สินที่ยึดมาได้ ยังต้องพิสูจน์ต่อไปว่า มีส่วนไหนที่ได้มาโดยไม่ชอบอีกหรือไม่
ผลจากการคุมตัว นายอติโชติ หรือ อดีตหลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และนางสาวปุณยวีร์ หรือ เอ๋ สีกาคนสนิท ถูกคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 จังหวัดสระบุรี ฝากขังผัดแรก พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว
ศาลฯ ได้อนุญาตฝากขัง และยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวทั้ง 2 คน เพราะพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฟอกเงิน และความผิดตามกฎหมายอื่นที่มีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวชั่วคราว เชื่อว่าผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
คดีนี้เริ่มต้นจากข้อสงสัยเรื่องพฤติกรามของทั้ง 2 คน และหลักฐานการฟอกเงิน 92 ล้านบาท ที่มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบกว่า 20 รายการ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ผลจากการตรวจยึดทรัพย์สินของทั้ง 2 คน โดยเฉพาะที่พบในที่พำนักของ นายอติโชติ ขณะบวชเป็นพระ กลับพบมีเงินสด 138 ล้านบาท เงินฝากในบัญชี 290 ล้านบาท ทองคำประมาณ 976 บาท รวม ๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ยังไม่นับรวมทรัพย์สินอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างรอการประเมินมูลค่า จึงต้องค่อย ๆ ตรวจสอบว่าทรัพย์สินเหล่านี้ได้มาอย่างไร มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดบ้าง
แหล่งข่าวในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ผลการสอบปากคำ นายอติโชติ พบว่าให้ความร่วมมือในระดับหนึ่ง แต่เป็นการปากคำอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในส่วนที่ตัวเองทราบข้อกฎหมาย
ส่วน นางสาวปุณยวีร์ จะให้ปากคำในลักษณะเท่าที่ตัวเองพอจะนึกออก ไม่ถึงกับไม่ตอบอะไรเลย
ซึ่งนอกจากผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้ ตำรวจได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 8 ปาก เช่น ไวยาวัจกร ลูกศิษย์คนใกล้ชิด และคาดว่าตลอดทั้งสัปดาห์จะมีการเรียกสอบพยานอีกไม่ต่ำกว่า 10 ปาก ส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิด หรือคนที่ทราบความเคลื่อนไหวของทั้ง 2 คน และคนที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึง
ซึ่งประเด็นนี้ ตำรวจยอมรับว่าต้องใช้ความระมัดระวังสูงมาก เพราะหนึ่งในลูกศิษย์มีหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร มีโอกาสที่จะให้การช่วยเหลือได้ และที่ต้องตรวจสอบแน่ ๆ ก็คือบัญชี "มูลนิธิหวันโชติ" ว่ามีการรับเงินบริจาคไปใช้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ หรือมีการดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ซึ่งตำรวจจะทำงานคู่ไปกับ ปปง.
ส่วนคดีนี้จะเชื่อมโยงไปถึงเซียนพระชื่อดัง ที่เคยมีการโพสต์ภาพร่วมโครงการทำบุญกับ นายอติโชติ หรือไม่ ยังต้องรอการตรวจสอบเส้นทางการเงินถึงจะบอกได้
สำหรับที่เรือนจำจังหวัดสระบุรี พบว่าวันนี้ยังไม่มีใครเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เนื่องจากทั้ง 2 คนต้องเข้ารับการกักตัวเฝ้าระวังโรคตามมาตรการของทางราชทัณฑ์ ประกอบกับวันนี้เป็นวันหยุดราชการ ทางเรือนจำฯ กำหนดให้ผู้ที่ต้องการเข้าเยี่ยมญาติ ติดต่อได้ในวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 15.00 น. วันนี้จึงค่อนข้างเงียบเหงาอย่างที่เห็น
ขณะที่บรรยากาศภายในวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา วันนี้ยังมีผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์ เพราะเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ ก็พบว่ามีคนเข้าวัดทำบุญมากกว่าช่วงที่มีข่าว ถึงขนาดที่พ่อค้า แม่ค้าบอกว่า ถือเป็นครั้งแรกในช่วงหลายปี ที่คนมาเที่ยววัดทำบุญกันมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไปได้ข้อมูลว่ามีคนขี่รถจักรยานยนต์มาปั่นป่วนภายในวัด จึงไปสอบถามกับคนที่น่าจะเห็นเหตุการณ์ แต่ปรากฏว่ามีหญิงคนหนึ่งแสดงความไม่พอใจ ถือสิ่งของมีคมออกมาขู่จะทำร้าย และวิ่งเข้าใส่จนผู้สื่อข่าวต้องวิ่งหลบหนีเอาตัวรอด ก่อนแจ้งตำรวจมาระงับเหตุ สุดท้ายหลังพูดคุยกันจนเข้าใจ แล้วเห็นว่าไม่ได้รับความเสียหาย จึงไม่มีการดำเนินคดีกัน