สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - คดีเบียดบังทรัพย์ วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตำรวจยังไม่สิ้นสุดคดีเพียงแค่การเอาผิดกับ นายโชติ และ สีกาเอ๋ เพราะจากทรัพย์สินที่ยึดมาได้ ยังต้องพิสูจน์ต่อไปว่า มีส่วนไหนที่ได้มาโดยไม่ชอบอีกหรือไม่
หลังการคุมตัวนายอติโชติ หรือ อดีตหลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนางสาวปุณยวีร์ หรือ เอ๋ สีกาคนสนิท ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 จังหวัดสระบุรี ฝากขังผัดแรก
ศาลฯ ได้อนุญาตฝากขัง และยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวทั้ง 2 คน เพราะเชื่อว่า อาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
แต่คดีไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เพราะจากผลการตรวจยึดทรัพย์สินของทั้ง 2 คน โดยเฉพาะที่พบในที่พำนักของนายอติโชติ ขณะบวชเป็นพระ มีเงินสด 138 ล้านบาท เงินฝากในบัญชี 290 ล้านบาท ทองคำประมาณ 976 บาท รวม ๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ยังไม่นับรวมทรัพย์สินอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างรอการประเมินมูลค่า จึงต้องค่อย ๆ ตรวจสอบว่า ทรัพย์สินเหล่านี้ได้มาอย่างไร มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดบ้าง
ผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินในส่วนที่ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว เช่น "มูลนิธิหวันโชติ" พบว่า เพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และกำลังตรวจสอบว่า ภายในมูลนิธิฯ มีใครเกี่ยวข้องบ้าง รวมถึงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง
แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจนำเงินมาฟอกผ่านมูลนิธิฯ คล้ายกับกรณีของวัดพระบาทน้ำพุหรือไม่ เพราะตำรวจเห็นแต่ "ตัวเลขของเงิน" แต่ยังไม่เห็นเส้นทางการเงินว่ามาจากไหน และไหลไปไหน ยังต้องใช้เวลาวิเคราะห์ และพิสูจน์หลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่สามารถใช้เพียงคำซัดทอด หรือคำให้การของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้
แหล่งข่าวใน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า นายอติโชติ ให้ความร่วมมือในการสอบปากคำระดับหนึ่ง แต่เป็นการให้ปากคำอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในส่วนที่ตัวเองทราบข้อกฎหมาย
ส่วนนางสาวปุณยวีร์ จะให้ปากคำในลักษณะเท่าที่ตัวเองพอจะนึกออก ไม่ถึงกับไม่ตอบอะไรเลย
นอกจากผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้ ตำรวจได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 8 ปาก เช่น ไวยาวัจกร ลูกศิษย์คนใกล้ชิด คาดว่า ตลอดทั้งสัปดาห์จะมีการเรียกสอบพยานอีกไม่ต่ำกว่า 10 ปาก ส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิด หรือคนที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึง
ยอมรับว่า การตรวจสอบเส้นทางการเงิน ต้องใช้ความระมัดระวังสูงมาก เพราะหนึ่งในลูกศิษย์ มีหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร จึงมีโอกาสที่จะให้การช่วยเหลือได้ ที่ต้องตรวจสอบแน่ ๆ ก็คือบัญชี "มูลนิธิหวันโชติ" ว่า มีการรับเงินบริจาคไปใช้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ หรือมีการดำเนินการที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่
ส่วนคดีนี้ จะเชื่อมโยงไปถึงเซียนพระชื่อดัง ที่เคยมีการโพสต์ภาพร่วมโครงการทำบุญกับนายอติโชติ หรือไม่ ยังต้องรอการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ถึงจะบอกได้
ส่วนบรรยากาศภายในวัดพุทไธศวรรย์ จากเดิมที่ช่วงเป็นข่าวแรก ๆ บรรยากาศจะเงียบเหงา กลายเป็นว่า เมื่อวานนี้ พ่อค้า แม่ค้า บอกว่า ถือเป็นครั้งแรกในช่วงหลายปี ที่คนมาเที่ยววัดทำบุญกันมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ก็มีตำรวจมาคอยดูแลความสงบเรียบร้อย เพราะที่พำนักของนายอติโชติ ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้อยู่