ห้องข่าวภาคเที่ยง - คดีเบียดบังทรัพย์ วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สัปดาห์นี้ตำรวจมีแผนจะเรียกสอบพยานอีกไม่น้อยกว่า 10 คน เพื่อขยายผล แต่ตอนนี้ต้องพักรอไว้ก่อน เพราะรอหลักฐานสำคัญบางอย่าง ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่จบ ในโซเชียลฯ ก็เกิดกระแสข่าวลือ ว่าจะมี "วัดใหม่" ถูกตรวจสอบแบบนี้คดีนี้อีก
อย่างที่เรารู้กันว่า การขยายผลเส้นทางการเงิน สิ่งที่ตำรวจมีในมือ คือหลักฐานการฟอกเงิน 92 ล้านบาท จากการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัด โดยมิชอบ 22 รายการ และทรัพย์สินกว่า 1,000 ล้านบาท ที่ยึดอายัดได้จาก ที่พำนักของ นายอติโชติ ในขณะบวชเป็นพระ และจาก นางสาวปุณยวีร์ หรือ "เอ๋" หญิงคนสนิท ที่จู่ ๆ ก็มีฐานะทางการเงินดีขึ้นมาช่วง 1-2 ปี มานี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นบุคคลล้มละลาย และไม่มีรายได้จากการประกอบอาชีพ
ทำให้ที่ผ่านมามีการเรียกสอบปากคำพยานไป 8 ปาก และมีเป้าหมายที่จะต้องเรียกสอบปากคำอีกไม่ต่ำกว่า 10 ปาก ในช่วงสัปดาห์นี้
แต่จากการตรวจสอบล่าสุด แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จะขยายผลด้านอื่น ๆ ยังไม่เร่งเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ เพราะต้องรอเส้นทางการเงิน จาก ปปง. และธนาคาร มาถึงมือก่อน เนื่องจากหลักฐานส่วนนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยชี้ได้ว่า "พยาน" ที่จะเรียกตัวมาสอบปากคำ รวมถึงที่ได้สอบไปแล้วทั้ง 8 คน มีใครให้การสอดคล้องกับข้อเท็จจริงบ้าง และถ้าพยานหลักฐานชัดเจนจริง ๆ อาจจะไม่ใช่แค่การออกหมายเรียก แต่อาจพิจารณาถึงการออกหมายจับได้ ซึ่งที่ผ่านมา พยานทั้ง 8 คน ให้การว่าเป็นประโยชน์ แต่ก็จะมีบางคนที่ให้การปฏิเสธ ว่าตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้
คดีเบียดบังทรัพย์ วัดพุทไธศวรรย์ ยังไม่ผ่านพ้นดี ก็มีเรื่องในโซเชียลฯ แชร์ผ่านเพจฯ ดังต่าง ๆ พยายามชี้เป้าว่ากำลังจะมีเรื่องใหญ่ในวงการพุทธศาสนาอีกแล้ว ซึ่งทุกคนมุ่งเป้าไปที่วัดแห่งหนึ่งใน จังหวัดสมุทรสงคราม
และคนที่ถูกพูดถึงเป็นลำดับต่อมาก็คือ "บอย ท่าพระจันทร์" เซียนพระชื่อดัง ที่มีการโพสต์อะไรบางอย่างเป็นเชิงคำใบ้ ก่อนที่ต่อมาเจ้าตัวจะโพสต์เพิ่มเติม ว่าไม่ได้เอ่ยถึง "พระ" หรือ "วัด" ไหน ขออย่าตีความเกินกว่าสิ่งที่โพสต์ อย่าด่วนกล่าวโทษ หรือพาดพิงตนเอง
แต่พอหลายเพจฯ พร้อมใจกันหยิบเอาประวัติ "วัดจุฬามณี" ซึ่งเป็นวัดดังมาพูดถึงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทีมข่าวก็เลยต้องไปสอบถามกับ ไวยาวัจกรของวัด ซึ่งก็ยืนยันว่า ข่าวดรามาที่เกิดขึ้น ไม่น่าเกี่ยวข้องกับทางวัด เพราะในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะที่ "อัมพวา" ยังมีวัดอีกหลายแห่ง หากบอกว่าวัดไปขอให้คนอื่นสร้างวัตถุมงคลให้ ก็ยิ่งไม่น่าเกี่ยวข้อง เพราะตั้งแต่ที่เข้ามาทำหน้าที่เมื่อปี 2563 ยังไม่เคยเห็นเรื่องทำนองนี้ อีกทั้ง "วัดจุฬามณี" เป็นผู้จัดสร้างวัตถุมงคลเอง ตามกฎระเบียบของมหาเถรสมาคม มีวัตถุประสงค์ชัดเจน ว่าเพื่อสาธารณประโยชน์ และบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรม ไม่เคยอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาจัดสร้างเพื่อหาผลประโยชน์ ยกเว้น องค์กรการกุศล ที่มาขออนุญาต เพื่อนำทุนที่ได้จากการจัดสร้างไปทำประโยชน์จริง ๆ จะพิจารณาเป็นรายกรณีไป
ทั้งนี้จากการสอบถามไปยังแหล่งข่าวภายในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวมถึง พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันว่า ยังไม่มีกำหนดการที่จะต้องไปตรวจสอบวัดแห่งไหน ใน จังหวัดสมุทรสงคราม และไม่ทราบเรื่องที่มีกระแสข่าวออกมา ว่ามีต้นทางมาจากที่ไหน