“โดนัลด์ ทรัมป์” เผย ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่เป็นเพราะยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันดีเซลของรัสเซีย จึงขอเรียกร้องให้ยูเครน “หยุด” การโจมตี
จากกรณีที่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (10 ก.ย. 69) ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยทั่วประเทศสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 6 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอนเป็นครั้งแรก จนส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งทั้งทางอุตสาหกรรมและการเกษตรเป็นอย่างมากนั้น
วันนี้ (14 ก.ย. 69) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันดีเซลของรัสเซีย เมื่อวันอาทิตย์ (13 ก.ย. 69) ที่ผ่านมา
ทาง “โดนัลด์ ทรัมป์” ระบุว่า ประเด็นที่ผมกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างยูเครนกับรัสเซียก็คือ น้ำมันดีเซลจำนวนมากนั้นมาจากรัสเซีย แต่โรงงานผลิตในรัสเซียกลับกำลังถูกยูเครนโจมตี ผมขอร้องให้ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันดีเซลของรัสเซีย เพราะราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นมีสาเหตุมาจากการที่น้ำมันจากรัสเซียส่งออกได้ยากลำบาก และสถานการณ์นี้เองส่งผลกระทบต่อทั่วโลก
โดยยูเครนได้ส่งโดรนโจมตีโดยพุ่งเป้าไปยังโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้กำลังการผลิตเชื้อเพลิงของรัสเซียลดลง และก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งยูเครนยืนยันว่าโรงกลั่นน้ำมันถือเป็นเป้าหมายทางทหารที่ชอบธรรม
ทั้งนี้การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซียของยูเครน ทำให้รัสเซียสั่งห้ามการส่งออกน้ำมันดีเซลตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซ้ำเติมวิกฤติพลังงานโลก ที่เกิดจากปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังถูก สหรัฐฯ และอิสราเอล โจมตีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา