เช้านี้ที่หมอชิต - อาชีพการปีนต้นตาล เพื่อนำน้ำตาลสดมาแปรรูปขาย แม้จะมีความเสี่ยง แต่ทำเงินให้กับเจ้าของได้ทั้งปี
อาชีพเสี่ยง แต่ทำเงินได้ทั้งปี จ.ปราจีนบุรี
เสี่ยงหรือไม่เสี่ยง คุณผู้ชมก็ดูจากภาพแล้วกัน เพราะการปีนขึ้นไปนำน้ำตาลสดจากงวงตาล ที่อยู่บนยอดสุดของลำต้น ความสูงอย่างน้อย ๆ ก็ 30 เมตรขึ้นไป หรือเท่ากับความสูงของตึก 10 ชั้น
แต่นายไพฑูรย์ พวงวิเชียร หรือ ลุงช้าง เจ้าของสวนตาล ตำบลหนองแก้ว อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี บอกว่า คุ้มที่จะเสี่ยง เพราะสามารถเก็บได้ทั้งปี มากน้อยแล้วแต่ฤดูกาล
วิธีการขึ้นต้นตาล ก็จะนำไม้ไผ่ลำยาว ๆ ที่มีกิ่ง หรือที่เรียกว่า "พะอง" ผูกติดไว้กับต้นตาล เพื่อใช้สำหรับขึ้น-ลงได้สะดวก การเก็บน้ำตาลสด จะมี 3 ขั้นตอน
ขั้นตอนแรก ปีนขึ้นไปดัดงวง หรือนวดงวง เพื่อกระตุ้นน้ำตาลจากงวง โดยทิ้งระยะไว้ 2-3 วัน ขั้นตอนที่ 2 ก็นำกระบอกไม้ไผ่ ที่ผ่านการรมควัน เพื่อให้น้ำตาลสดมีความหอม ไปครอบไว้ที่ปลายงวง และทิ้งระยะเพื่อรองน้ำตาลสด
ขั้นตอนสุดท้าย ปีนขึ้นไปเก็บกระบอกไม้ไผ่จนครบทุกต้น และนำไปต้มในกระทะ รอจนเย็นจึงเทใส่ปี๊บขายให้กับพ่อค้าขาประจำ ในราคาปี๊บละ 200 บาท
ส่วนกระบอกไม้ไผ่ ก็จะนำไปรมความร้อน เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา หรือแบคทีเรีย ก่อนจะนำไปใช้ในรอบต่อไป
กะปิคุณภาพ บ้านหนองกันเกรา จ.ระยอง
ส่วนชาวบ้านหนองกันเกรา หมู่ 2 ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง รวมเงินไปซื้อ "เคย" (กุ้งฝอย) จากชาวประมง เพื่อนำมาทำกะปิใช้บริโภคในครัวเรือน
กรรมวิธีการทำ ก็ไม่ง่าย เพราะต้องคัดเลือกเอาเฉพาะ "เคย" เท่านั้น ปลาเล็กปลาน้อย หรือหอยที่ปะปนมาด้วย ต้องคัดทิ้งหมด ก่อนจะนำ "เคย" มาหมักกับเกลือ ทิ้งไว้ 2 คืน แล้วนำมาผึ่งแดดให้แห้ง จากนั้น ก็จะช่วยกันตำ และปั้นให้เป็นก้อน แบ่งปันกันไป
หากเหลือ ก็จะแบ่งขายในราคากิโลกรัมละ 250-300 บาท การันตีด้านคุณภาพและรสชาติของกะปิ บ้านหนองกันเกรา