เช้านี้ที่หมอชิต - กกต. แถลงผลการพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว. มีมติส่งศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง และดำเนินคดีอาญา 77 คน ส่วนนักการเมือง, สส. และกรรมการบริหารพรรค ยกคำร้องทั้งหมด
มติ กกต.ส่งฟ้องศาลฯ 77 คน คดีฮั้ว สว.
นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. และว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมแถลงผลการประชุม กกต. ลงมติในคดีทุจริตการเลือก สว. โดยระบุว่าคดีนี้มีผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 คน
ซึ่ง กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา และดำเนินคดีอาญา 77 คน ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ที่ดำรงตำแหน่งขณะที่ถูกร้อง 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่นอีก 15 คน
ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นกรรมการบริหารพรรค สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวม 20 คน กกต. มีมติไม่ส่งคำร้อง
นายณรงค์ ชี้แจงเหตุผลที่ยกคำร้องในข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 ที่เกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. และผู้สมัครยินยอมให้บุคคลทางการเมืองช่วยเหลือ เพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว.
เนื่องจากพยานรหัส 16/26 ไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ และไม่สามารถรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามข้อกล่าวหา เนื่องจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหา ไม่พบความผิดปกติ
นายณรงค์ ยืนยันว่าการทำงานของ กกต.เป็นอิสระ และอยู่ในกรอบของกฎหมาย โดย กกต.พิจารณาจากคำร้อง คำคัดค้าน พยานบุคคล และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องดูทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นนิติวิทยาศาสตร์ เส้นเงิน การติดต่อสื่อสารในทางต่าง ๆ ไม่ได้ทำตามอำเภอใจ
อีกประเด็นที่เป็นข้อสงสัย คือ กรณีบัตรลงคะแนนที่มีการเปิดเผยข้อมูลออกมาก่อนหน้านี้ว่า มีคะแนนเหมือนกัน ทั้งเลือกคนเดียวกัน หรือลำดับการเลือกเหมือนกัน เหตุใด กกต. จึงไม่ส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาในประเด็นดังกล่าวทั้งหมดตามที่มีการกล่าวหา ?
นายณรงค์ ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวอยู่ในข้อ 3 คือ ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขการแนะนำตัวตามที่ กกต. กำหนด ซึ่งมีมติสั่งฟ้อง 36 คน
ซึ่งจากการพิจารณาพบว่า ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอต่อการฟ้องร้อง เพราะแม้จะมีชื่ออยู่ในโพย แต่ต้องมีพฤติกรรมความผิดอื่น ๆ ประกอบด้วย มองว่าการแนะนำตัวและรวมกลุ่มกัน ถือเป็นเรื่องปกติของการเลือก สว. ที่ต้องให้ผู้สมัครไปพบปะ-รวมกลุ่มกัน จึงไม่นับเป็นความผิดเกี่ยวกับการชักจูง หรือจ้างวานลงคะแนน
หลังจากนี้ กกต. จะจัดทำคำวินิจฉัยสำนวนการเลือก สว. ภายใน 60 วัน และยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา หากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว ถ้าเป็น สว. ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา และหากศาลฎีกามีคำพิพากษาว่ากระทำความผิด ให้สมาชิกภาพ สว.ผู้นั้น สิ้นสุดลงนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่
กกต. เปิด 77 ชื่อส่งศาลฯ คดีฮั้ว สว.
หลังจากนั้น เมื่อเวลา 20.39 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เผยแพร่รายชื่อผู้ถูกร้องในคดี "ฮั้ว สว." ทั้ง 77 คน รายชื่อหลัก ๆ ที่เป็นที่รู้จักใน "กลุ่ม สว. 26 คนที่ถูกสั่งฟ้อง" อาทิ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา, พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย และนายอลงกต วรกี
ส่วนใน "กลุ่มบุคคลอื่น 15 คนที่ถูกสั่งฟ้อง" อาทิ นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์, นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีต สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย รวมถึง นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ สส.สุโขทัย พรรคภูมิใจไทย
ปชน. เตรียมฟ้อง กกต. ผิด ม.157
ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงว่า พรรคประชาชนเตรียมดำเนินการทางกฎหมายต่อ กกต. ฐานความผิดปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และอาจถูกมองได้ว่าเป็นการต่างตอบแทนกันทางการเมือง กับผู้มีอำนาจทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการโกงเลือก สว.
โดยจะตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับคดีการโกงเรื่อง สว. ผ่านกลไกของรัฐสภา เช่น การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
"ยิ่งชีพ" โกรธมติ กกต. แต่ไม่แปลกใจ
ขณะที่ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw แถลงว่า มติของ กกต. ที่ออกมาไม่ได้แปลกใจ และไม่เกินความคาดหมาย โดย กกต. สั่งฟ้อง สว. 26 ซึ่งเป็นเพียงส่วนน้อย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ การได้มาซึ่ง สว.ชุดนี้ ไม่สุจริต และการโกงมีอยู่จริง
"ไอลอว์" ชี้ กกต. ล้ำเส้นคดีฮั้ว สว.
หลังจากนั้น iLaw ได้ออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรต่อการลงมติสั่งฟ้องผู้ต้องหาคดีโกงเลือก สว. เพียงบางส่วนของ กกต. จำนวน 5 ข้อ ประเด็นสำคัญคือ การตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ กกต.
โดยมองว่า กกต. กำลัง "ล้ำเส้น" และวางบทบาทหน้าที่เหมือนเป็นศาล โดยเฉพาะกรณีที่ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ระบุว่า พยานไม่น่าเชื่อถือ คำให้การของพยานไม่สอดคล้องกัน และอ้างว่าไม่พบหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการ "โกงเลือก สว." ที่พยานอ้าง จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่จะตัดสินใจ "ไม่ส่งฟ้อง" ผู้ถูกกล่าวหา
"ไอลอว์" เปิดคำให้การพยานรหัส 16/26
นอกจากนี้ "iLaw" ยังได้เผยแพร่คำให้การของพยานรหัสที่ 16/26 ที่ กกต. กล่าวถึงในการแถลงผลการลงมติของ กกต. ในคดีนี้ โดยมีการพาดพิงไปยังกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยที่เป็น "คนรุ่นใหม่" นอกจากนี้พยานยังอ้างว่ามีการวางแผน และนำเสนอแผนการ เพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาอีกด้วย