เยาวชนอายุ 16–17 ปี ถูกนักท่องเที่ยวตุรกีชี้ตัว ก่อเหตุขี่รถประกบชิงโทรศัพท์มือถือ ใช้ด้ามบีบีกันทุบหน้า ผลักจนล้ม ตำรวจรวบตัวได้ขณะโยนทิ้งปืน 2 กระบอก มีด 2 เล่ม เร่งขยายผลเพราะอาจเกี่ยวข้องกับคดีชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวอีกหลายคนที่เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน
ความคืบหน้าหลังนักท่องเที่ยวชาวตุรกี วัย 56 ปี โร่แจ้งความ ถูกวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ประกบกลางซอยพระตำหนัก 6 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พยายามชิงโทรศัพท์มือถือ ก่อนใช้ด้ามปืนบีบีกันทุบบริเวณใบหน้าจนแตก แล้วกระชากจนล้มได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 02.49 น. วันนี้ (15 ก.ย.69)
ผู้เสียหายให้การว่า ระหว่างพยายามยื้อโทรศัพท์กลับคืน วัยรุ่นทั้งสองใช้ด้ามปืนบีบีกันทำร้าย โดยทุบเข้าที่บริเวณใบหน้า จนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลแตก ก่อนถูกกระชากจนล้มลงกับพื้น ได้รับบาดเจ็บที่แขนและหัวเข่าทั้งสองข้าง จากนั้นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป แม้คนร้ายจะไม่สามารถชิงโทรศัพท์มือถือไปได้ แต่ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ จึงนำหลักฐานและคลิปภาพเหตุการณ์เข้าแจ้งความ เพื่อให้ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเข้าปฐมพยาบาลผู้เสียหาย ภายในห้องสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ตำรวจสายตรวจนำโดย ร.ต.ท.แสวง โพธิแหบ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา สามารถควบคุมตัวเยาวชนต้องสงสัยได้ 2 คน บริเวณถนนขวัญเมือง เลียบชายหาดจอมเทียน หลังพบวัยรุ่นทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์มีพฤติกรรมน่าสงสัย
จากการตรวจสอบพบว่า เยาวชนทั้งสองเป็นวัยรุ่น อายุ 16 และ 17 ปี ลักษณะคล้ายลูกครึ่ง แต่สามารถพูดภาษาไทยได้ ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ทั้ง 2 คน มีพฤติการณ์โยนสิ่งของลงข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและพบปืนบีบีกัน จำนวน 2 กระบอก พร้อมมีด 2 เล่ม จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้น ยังพบว่าเยาวชนทั้ง 2 คน เคยถูกตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ดำเนินการเกี่ยวกับอาวุธมีดมาแล้วในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา
เมื่อนำตัวเยาวชนทั้งสองมายัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้ผู้เสียหายตรวจสอบและชี้ตัว โดยผู้เสียหายยืนยันว่าเยาวชนทั้ง 2 คน เป็นบุคคลที่ก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม เยาวชนทั้ง 2 คน ยังให้การปฏิเสธ
ตำรวจชุดสืบสวนจึงเร่งขยายผล หลังพบว่าลักษณะรูปพรรณและพฤติการณ์ของเยาวชนทั้ง 2 อาจมีความเชื่อมโยงกับเหตุชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในพื้นที่พัทยาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน โดยเฉพาะเหตุเมื่อคืนวันที่ 14 ก.ย.69 มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียถูกชิงทรัพย์ภายในซอยทัพพระยา 9 รวมถึงเหตุในช่วงคืนวันที่ 15 ก.ย.69 ที่มีนักท่องเที่ยวชาวฟินแลนด์ถูกทำร้ายด้วยมีดจนได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหู และต่อมาเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียถูกชายใช้อาวุธปืนข่มขู่และชิงเงินจำนวน 1,000 บาท ในซอยพัทยาปาร์ค ใกล้กันกับซอยพระตำหนัก 6
ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่ได้ยืนยันว่าเหตุทั้งหมดเป็นฝีมือของผู้ก่อเหตุชุดเดียวกัน โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางและจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อเปรียบเทียบรูปพรรณ ผู้ก่อเหตุ รถจักรยานยนต์ และพฤติการณ์ในแต่ละคดี
ด้าน ร.ต.ท.แสวง โพธิแหบ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลอย่างละเอียดว่าเยาวชนทั้ง 2 เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาก่อนหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเหตุชิงทรัพย์และทำร้ายนักท่องเที่ยวรายอื่นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ส่วนผู้เสียหายรายอื่นที่ยังอยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่จะรอจนสามารถเดินทางออกจากโรงพยาบาลได้ ก่อนเชิญตัวมาให้ข้อมูลและตรวจสอบชี้ตัวตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยว่าเหตุที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงคืนเดียวกัน มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่