ฟังความอีกด้าน ทนายหนุ่มเปิดใจสาเหตุฟิวส์ขาด รัวหมัดใส่สาว

ฟังความอีกด้าน ทนายหนุ่มเปิดใจสาเหตุฟิวส์ขาด รัวหมัดใส่สาว

View icon 48
วันที่ 15 ก.ย. 2569 | 08.41 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เปิดใจทนายหนุ่มหัวร้อนรัวหมัด อ้างถูกคู่กรณีถอยรถเข้ามาประชิด วางกล่องโฟมเพื่อเตือนไม่ให้ถอยรถมาใกล้ แต่ถูกด่าทอจนฟิวส์ขาด สวนกลับคู่กรณีนำรถมาจอดจุดนี้เป็นประจำ ทั้งที่ไม่ใช่หน้าบ้านตัวเอง ขอโทษประชาชนที่มีภาพความรุนแรงปรากฎออกไป

ความคืบหน้ากรณีถอยรถชนกล่องโฟม น.ส.แนน อายุ 38 ปี ร้องเรียนว่าถูกเพื่อนบ้านซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความทำร้ายร่างกายด้วยการรัวหมัดต่อหน้าลูกชายวัย 5 ขวบ จนได้รับบาดเจ็บ ในช่วงค่ำวานนี้ (14 ก.ย. 69) นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี ทนายความ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งออกมาเปิดใจชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมุมของตนเอง พร้อมยืนยันว่าจะนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ทนายความคู่กรณี เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุช่วงเย็น หลังเสร็จจากงาน ได้ไปซื้ออาหารสดที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้าน มูลค่าประมาณ 1,000 บาท เพื่อนำกลับมาทำอาหารให้ภรรยา ขณะจอดรถเพื่อขนของบริเวณถนนส่วนกลาง ชิดประตูหน้าบ้าน ตนสังเกตเห็นรถของคู่กรณีขับถอยเข้ามาประชิดในระยะที่ตนมองว่าไม่ปลอดภัย อีกฝ่ายก็มองเห็นว่าตนกำลังยืนอยู่ท้ายรถ ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 ก.ย.69 ที่ผ่านมา ตนเคยไปลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับพฤติกรรมการขับรถของคู่กรณีไว้แล้ว ซึ่งเคยขับรถจะชนตนมาแล้ว ทำให้กังวลเรื่องความปลอดภัย จึงนำลังใส่ของมาวางกั้นไว้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนว่ามีสิ่งกีดขวางและป้องกันไม่ให้รถเข้ามาใกล้ ก่อนจะรีบขนอาหารสดเข้าไปภายในบ้าน

ระหว่างนั้นเกิดเสียงดัง “โครม”  เนื่องจากรถของคู่กรณีขับทับลังใส่อาหารสดจนเสียหาย ตนจึงเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ให้เข้ามาช่วยระงับเหตุ แต่ทางด้านคู่กรณีพูดว่า “มึงนั่นแหละ เอาลังมาเตะโดนรถกู“ และคำพูดเหยียดหยาม จนทำให้เหตุการณ์บานปลาย ยอมรัวทำร้ายร่างกายคู่กรณี แต่ยืนยันว่าไม่ได้วางกล่องโฟมกลั่นแกล้ง  ซึ่งตนมองว่าเขาเป็นคนถอยรถมาชนทรัพย์สินของตน แล้วก็ยังด่าไม่หยุด จุดที่เขาจอดรถ ก็ไม่ใช่เป็นหน้าบ้านของเขา เป็นบ้านที่ไม่มีคนอยู่ ซึ่งคู่กรณีนำรถมาจอดบริเวณนี้ประจำเกือบทุกวัน ทั้งที่ไม่ใช่หน้าบ้านของเขา ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ร้องเรียนไปแล้ว

สำหรับภาพและคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ถูกนำไปเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ นายเอ กล่าวว่า คลิปยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน อีกทั้งมองว่าการนำข้อมูลส่วนบุคคลออกมาเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม และมีลักษณะการปรับช่วงเวลาของคลิปจนทำให้เหตุการณ์ดูยาวนานหรือรุนแรงเกินกว่าความเป็นจริง เรื่องนี้ตนอยู่ระหว่างตรวจสอบ และข้อมูลไหนเป็นเท็จตนก็จะดำเนินคดีตามข้อกฏหมาย
   
ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากขอโทษคู่กรณีไหม  นายเอ บอกว่า อยากฝากถึงประชาชนมากกว่า ว่าตนรู้สึกเสียใจและขอโทษต่อภาพเหตุการณ์ความรุนแรงที่ปรากฏออกไป พร้อมยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพล และที่ผ่านมาใช้ชีวิตประกอบอาชีพโดยสุจริตมาโดยตลอด ไม่สนับสนุนความรุนแรง
    
ทั้งนี้ กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับวิชาชีพทนายความนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงข้อพิพาทส่วนบุคคลระหว่างเพื่อนบ้าน ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กร สถาบันวิชาชีพทนายความ หรือกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด และตนก็ไม่เคยเอาคำว่าทนายความมาแอบอ้างทุกกรณี การที่นำคำว่าทนายความมาเป็นหัวข้อลงข่าวนั้นเป็นการสร้างกระแสเพื่อเรียกร้องความสนใจ ซึ่งตนประกอบอาชีพทนายความด้วยความสามารถ และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความมานานกว่า 15 ปี

สำหรับการดำเนินการหลังจากนี้ ตนจะนำภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงคลิปเสียงที่บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมด ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี รวมถึงพิสูจน์เจตนาของคู่กรณีตามขั้นตอนของกฎหมาย และจะดำเนินคดีกับทางนิติบุคคลของโครงการหมู่บ้าน

นายเอ บอกด้วยว่า ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนก็ได้รับความเสียหายและได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แพทย์ลงความเห็นว่า กล้ามเนื้ออักเสบที่บริเวณขมับขวา แก้มขวา คาง แขนขวา และเท้าขวา ทั้งนี้ก็ยังมีทรัพย์สินย์เสียหาย มีเสื้อคอปกเสียทรง และสร้อยคอทองคำหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ เส้นทองบิดเบี้ยว รวมถึงรองเท้าก็ได้รับความเสียหาย 

ส่วนประเด็นของชาวบ้านที่ทยอยต่างออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เพราะตนเพิ่งมาอยู่บ้านหลังนี้ เมื่อปี 2561 ตนได้เคยร้องเรียน เรื่องของเพื่อนบ้านเสียงดัง เชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทุกคนรวมตัวไม่ชอบตน มารุมด่าขับไล่ตนให้ย้ายออกจากหมู่บ้าน
    
ด้าน นายธนินท์ธร ภูมราช สมาชิกสภาเทศบาลเมืองท่าอิฐ รองประธานสภาทนายความจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าว รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาชีพเป็นทนายความ ซึ่งตนก็รู้จักเป็นการส่วนตัวมานานพอสมควร หลังจากพูดคุยส่วนตัว มองว่าเป็นการกระทำส่วนตัว จึงอยากฝากว่าอย่าเหมารวมทนายความ เพราะทนายความนั้นไม่มีใครอยู่เหนือกฏหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง