แม่สะเรียง ตั้งเครื่องตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดิน เฝ้าระวังดินถล่มบ้านโพซอ

แม่สะเรียง ตั้งเครื่องตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดิน เฝ้าระวังดินถล่มบ้านโพซอ

View icon 7
วันที่ 15 ก.ย. 2569 | 15.05 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
บ้านโพซอ ต.เสาหิน พบรอยดินแยกยาวกว่า 130 เมตร อ.แม่สะเรียง ติดตั้งเครื่องตรวจวัดการเคลื่อนตัวของมวลดิน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม นักวิชาการธรณีประเมินว่ามีโอกาสเกิดดินถล่มในระดับปานกลางถึงสูงมาก โดยเฉพาะช่วงฝนตกหนัก

วันนี้ (15 ก.ย.69) นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง มอบหมายให้นายวีกิจ เจ้าดูรี ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอแม่สะเรียง ร่วมกับนักวิชาการธรณีจากสำนักงานทรัพยากรธรณีวิทยา ลำปาง เขต 1 เจ้าหน้าที่หน่วยป่าไม้ในพื้นที่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสาหิน และผู้ใหญ่บ้านโพซอ หมู่ที่ 5 ลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบรอยแยกของแผ่นดิน รวมถึงประเมินความเสี่ยงการเกิดดินถล่ม บริเวณบ้านโพซอ หมู่ที่ 5 ตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

จุดเกิดเหตุรอยดินแยก ตั้งอยู่ในพื้นที่เหนือหมู่บ้าน ขณะที่บริเวณด้านล่างมีบ้านเรือนประชาชนและโรงเรียนตั้งอยู่ใกล้ลำน้ำ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ผลการสำรวจเบื้องต้นพบรอยแตกของพื้นดิน มีความยาวประมาณ 130 เมตร ความลึกเฉลี่ย 1–1.50 เมตร โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณพิกัด UTM 47Q 361289E 2028778N ลักษณะทางธรณีวิทยารองรับด้วยหินทรายแป้งและหินดินดานสีเทา ซึ่งมีสภาพผุพังค่อนข้างสูง ส่งผลให้เกิดชั้นตะกอนดินเหนียวปนทรายละเอียด มีความหนาประมาณ 20–25 ซ.ม.

นักวิชาการธรณีระบุว่า รอยแยกของแผ่นดินปรากฏในลักษณะลดหลั่นลงมา 3 ระดับชั้น ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความไม่มั่นคงของมวลดินในพื้นที่ โดยประเมินว่ามีโอกาสเกิดดินถล่มในระดับปานกลางถึงสูงมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักหรือมีฝนตกสะสมต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง สำนักงานทรัพยากรธรณีได้ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดและติดตามการเคลื่อนตัวของมวลดินบริเวณพื้นที่เสี่ยง เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชน และให้หน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

สำหรับมาตรการป้องกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอให้กำหนดเขตอันตราย กั้นพื้นที่ และติดตั้งป้ายแจ้งเตือนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณที่พบรอยแตกและรอยแยกของพื้นดิน เพื่อป้องกันประชาชนเข้าใกล้พื้นที่เสี่ยง ขณะเดียวกัน ควรปรับปรุงระบบระบายน้ำในพื้นที่ลาดชันให้เหมาะสม โดยควบคุมทิศทางและปริมาณน้ำไม่ให้ไหลลงสู่พื้นที่ลาดดินโดยตรง เพื่อลดปัญหาการกัดเซาะและการชะล้างพังทลายของหน้าดิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง