ลุ้น! “ดอยอินทนนท์” ผืนป่าต้นน้ำ จ.เชียงใหม่ ผ่านการรับรองเป็น “มรดกอาเซียน”

ลุ้น! “ดอยอินทนนท์” ผืนป่าต้นน้ำ จ.เชียงใหม่ ผ่านการรับรองเป็น “มรดกอาเซียน”

View icon 9
วันที่ 15 ก.ย. 2569 | 15.35 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รัฐบาล ผลักดัน “ดอยอินทนนท์” สู่มรดกอาเซียน ชูผืนป่าธรรมชาติ 89.5% แหล่งต้นน้ำ และความหลากหลายชีวภาพระดับภูมิภาค
.
วันนี้ (15 ก.ย.69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันการเสนอพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ให้ได้รับการรับรองเป็น “อุทยานมรดกอาเซียน” เพื่อยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
.
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี หลังคณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ เห็นชอบเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ให้เสนออุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็นอุทยานมรดกอาเซียน โดยขั้นตอนต่อไปจะมีการประเมินพื้นที่จากคณะผู้เชี่ยวชาญของศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ ASEAN Centre for Biodiversity (ACB) ระหว่างวันที่ 16–18 กันยายน 2569
.
นางสาวลลิดา กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีพื้นที่ประมาณ 296,922.22 ไร่ ครอบคลุมบางส่วนของ 4 อำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และอำเภอดอยหล่อ โดยมีสัดส่วนพื้นที่ป่าธรรมชาติถึงร้อยละ 89.5 ของพื้นที่ทั้งหมด และเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบลุ่มน้ำเจ้าพระยา
.
พื้นที่ดังกล่าวยังมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง พบพรรณพืชไม่น้อยกว่า 1,271 ชนิด และสัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 393 ชนิด รวมถึงชนิดพันธุ์หายาก เฉพาะถิ่น และใกล้สูญพันธุ์ เช่น กวางผา เลียงผา และชะนีมือขาว ตลอดจนพบไลเคนชนิดใหม่ 21 ชนิด ขณะที่พื้นที่กว่าร้อยละ 40.48 อยู่ในเขตลุ่มน้ำคุณภาพชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่ต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างเข้มงวด
.
นอกจากคุณค่าด้านระบบนิเวศแล้ว ดอยอินทนนท์ยังมีจุดเด่นในฐานะยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ระดับ 2,565 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง เป็นพื้นที่เชื่อมโยงถิ่นอาศัยของชนิดพันธุ์สำคัญและนกอพยพระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นแหล่งต้นน้ำที่ผลิตน้ำมากกว่า 540 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หล่อเลี้ยงมากกว่า 35 หมู่บ้าน 74 ชุมชน ทั้งในและนอกพื้นที่
.
“ดอยอินทนนท์ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ แต่เป็นทั้งผืนป่าต้นน้ำ แหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ แหล่งกักเก็บคาร์บอน และพื้นที่ที่ชุมชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน การผลักดันสู่การเป็นอุทยานมรดกอาเซียนจะช่วยยกระดับมาตรฐานการอนุรักษ์ และเพิ่มโอกาสให้ไทยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนมากขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว
.
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นอุทยานมรดกอาเซียนแล้ว 10 แห่ง หากดอยอินทนนท์ได้รับการรับรอง จะช่วยเสริมบทบาทของไทยด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระดับภูมิภาค พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การศึกษา วิจัย และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างสมดุล
.
สำหรับขั้นตอนการพิจารณา หลังผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญของ ACB แล้ว จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานมรดกอาเซียน เจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม และการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมตามลำดับ ก่อนการประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ
.