เร่งคลี่คลายปมหญิงเสียชีวิตในห้องปริศนา จ.พระนครศรีอยุธยา

View icon 10
วันที่ 15 ก.ย. 2569 | 16.32 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ยังคงเป็นปริศนาสำหรับการเสียชีวิตของหญิง อายุ 43 ปี ในบ้านหลังหนึ่ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เบาะแสสำคัญ คือ การพบรอยเท้าเปื้อนเลือด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของผู้ก่อเหตุ หนีออกทางหน้าต่างบ้าน ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพแฟนหนุ่ม เป็นบุคคลสุดท้ายที่อยู่กับผู้เสียชีวิต

ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 09.50 น. นางสาวสลินญา อายุ 43 ปี ซ้อนรถจักรยานยนต์ มีแฟนหนุ่มเป็นคนขับขี่ มาส่งหน้าปากซอย เพื่อไปขายดอกโสน ซึ่งจะเห็นว่า ในมือถือถุงพลาสติกอยู่ นางสาวสลินญา ลงจากรถ และเดินเข้าซอยไป โดยไม่มีความผิดปกติเกิดขึ้นระหว่างความสัมพันธ์ของทั้งสองคน

อีก 4 นาที ต่อมา หรือเวลา 09.54 น. นางสาวสลินญา เดินกลับเข้าบ้าน โดยในมือถือถุงพลาสติกเปล่า ส่วนแฟนหนุ่มขี่รถจักรยานยนต์กลับไปก่อนหน้านี้แล้ว สองคลิปนี้เป็นภาพสุดท้ายที่เห็นนางสาวสลินญา มีชีวิตอยู่

ก่อนจะพบเป็นศพอยู่ในบ้านไม้ ในชุมชน หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวานนี้ (14 ก.ย.) ในสภาพนอนหงาย พบบาดแผลลักษณะคล้ายถูกของมีคมบริเวณลำคอ แก้ม และใบหน้า แขนซ้ายทั้งด้านหน้าและด้านข้าง รวมถึงใต้ตามีบาดแผล และคอหัก คาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 3 วัน นั่นหมายความว่าน่าจะเสียชีวิต ในวันที่ 11 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่แฟนหนุ่มมาส่งเข้าบ้าน

เบาะแสสำคัญพบในที่เกิดเหตุ คือ ข้อมูลจากแม่ของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า บ้านหลังนี้นางสาวสลินญา พักอาศัยกับแฟนหนุ่ม และหลังพบเป็นศพ สิ่งที่สงสัยคือประตูห้องนอนถูกล็อกจากด้านนอก ประตูบ้านถูกล็อกจากด้านใน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบมีรอยเท้าปริศนาไปสิ้นสุดตรงหน้าต่าง

แฟนของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า มีอาชีพเป็นช่างไฟฟ้า ต้องออกไปทำงานข้างนอก ครั้งละประมาณ 10 วัน จึงจะกลับบ้าน ไม่ทราบว่าภรรยาเสียชีวิตได้อย่างไร แต่ยืนยันว่าไม่มีเรื่องกับใคร

พันตำรวจเอก พิภพ นาพุทรา ผกก.สภ.บางปะอิน เปิดเผยว่า ข้อมูลเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตอาจมีปัญหาทะเลาะกับแฟนเป็นครั้งคราว โดยตำรวจได้ติดตามตัวมาสอบปากคำแล้ว พร้อมเก็บตัวอย่างหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ เพื่อใช้เปรียบเทียบกับพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุ

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตเคยมีอาการปวดศีรษะเป็นเวลานาน และเคยไปพบแพทย์ รวมถึงซื้อยามารับประทานเอง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าอาการป่วยหรือการใช้ยาอาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตหรือไม่

แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ และต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ประกอบ

ตำรวจยืนยันว่าจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทุกด้าน ทั้งผลชันสูตร พยานบุคคล และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียชีวิตเสียชีวิตจากสาเหตุใด และมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตหรือไม่ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง