ตำรวจทางหลวงสกัดจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน พบพฤติการณ์ย้ายฐานจากกัมพูชา-เมียนมา มุ่งหน้าลงใต้ปลายทางมาเลเซีย ขนโทรศัพท์มือถือที่ใช้ฉ้อโกงออนไลน์ 150 เครื่อง หลายคนมีหมายจับติดตัวมาจากจีน-ไต้หวัน ในโทรศัพท์มีคลิปการลงโทษคนที่ทำงานผิดพลาดด้วยไม้เบสบอล กระบองช็อตไฟฟ้า ทั้งหมดมีคนไทยรับจ้างนำพา
วันนี้ (16 ก.ย.69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) แถลงข่าวจับกุมลักลอบขนชาวจีน-ไต้หวัน ส่อเชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยในห้วง เดือน ก.พ.-ก.ย.69มีการกระทำความผิด 5 เหตุการณ์ จับกุมผู้ต้องหา 26 คน แบ่งเป็น ชาวไทย 6 คน สัญชาติจีน 19 คน และไต้หวัน 1 คน พร้อมของกลางเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล 6 คัน และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการฉ้อโกงออนไลน์กว่า 150 เครื่อง
เหตุการณ์ที่ 1 วันที่ 7 ก.พ.69 ตำรวจทางหลวงชุมพรตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ขับติดตามกัน ในรถมีคนไทย 2 คน เป็ยผู้นำพา และชาวจีนรวม 8 คน ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาคนไทยให้การว่า ได้รับการว่าจ้างผ่านแอปฯ LINE ให้ไปรับชาวจีนจากย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ นำส่งไป อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ค่าจ้างคันละ 15,000 บาท เจ้าหน้าที่ตรวจพบโทรศัพท์มือถือกว่า 150 เครื่อง อยู่ในความครอบครองของกลุ่มชาวจีน ขยายผลจับกุมนายหน้าผู้ว่าจ้างอีก 1 คน เมื่อประสานข้อมูลกับสถานกงสุลจีน พบชาวจีน 1 คน มีหมายจับทางการจีนในคดี ฉ้อโกงคอลเซนเตอร์ ที่หลบหนีหมายจับ
เหตุการณ์ที่ 2 วันที่ 29 มิ.ย.69 ตำรวจทางหลวงชุมพร ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีกลุ่มชาวจีน 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยสารรถทัวร์มาจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าลงใต้ จึงวางแผนสกัดตรวจ จับกุมได้ครบ 4 คน ทั้งหมดให้การรับว่าเดินทางเข้าไทย และมีเป้าหมายเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย
เหตุการณ์ที่ 3 วันที่ 29 ก.ค.69 ตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ฯ ตรวจพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล พบชายชาวไต้หวัน 1 คน นั่งโดยสารอยู่ภายในรถ ได้ลักลอบเดินทางจากประเทศกัมพูชาเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ก่อนว่าจ้างรถยนต์ให้ไปส่งที่ อ.หาดใหญ่ เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย เมื่อประสานข้อมูลกับตำรวจไต้หวัน พบว่าชาวไต้หวันคนนี้ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของสำนักงานอัยการเขตซินจู๋ ในความผิดฐาน ฉ้อโกง หลบหนีหมายจับ
เหตุการณ์ที่ 4 วันที่ 20 ส.ค.69 ตำรวจทางหลวงชุมพร พบรถยนต์ขับแซงรถเจ้าหน้าที่ โดยกระจกรถปิดม่านทึบมิดชิด ตำรวจจึงเรียกตรวจ ในรถพบชายไทย 2 คน และชาวจีน 5 คน โดยคนจีนให้การว่า เดินทางจากกัมพูชาเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ มีเป้าหมายไปยังมาเลเซีย โดยมีคนไทยรับจ้างขับรถลำเลียงตามช่วงเส้นทาง ขณะที่ชายไทยทั้ง 2 คน ให้การว่าได้รับการว่าจ้างให้รับชาวจีนจากภาคกลาง ส่งต่อไปยัง อ.จะนะ จ.สงขลา โดยตกลงค่าจ้างรวม 20,000 บาท จากการประสานข้อมูลกับสถานกงสุลจีน พบว่าชาวจีน 2 คน เป็นผู้ต้องหาหมายจับของ มณฑลหูเป่ย์ เมืองอี๋เฉิง และหมายจับมณฑลหูเป่ย์ เมืองหนานจาง ในข้อหา ฉ้อโกงออนไลน์ หลบหนีหมายจับ
เหตุการณ์ที่ 5 วันที่ 15 ก.ย.69 ตำรวจทางหลวงชุมพร สืบสวนพบความเคลื่อนไหวของเครือข่ายขนคนจีน โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวรับคนจีนจากพื้นที่ลาดกระบัง กรุงเทพฯ มุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ สกัดจับได้โดยผู้ขับขี่ชาวไทย 1 เคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้ว อยู่ระหว่างรอลงอาญา ส่วนชาวจีน 2 คน จากการตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานในโทรศัพท์มือถือ พบภาพและคลิปวิดีโอที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการทำงานของเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงภาพการลงโทษบุคคลคล้ายชาวจีนที่ทำงานผิดพลาดด้วยการใช้ไม้เบสบอลตีและใช้กระบองช็อตไฟฟ้า
“ผู้ต้องหาชาวจีนให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าเคยทำงานให้เครือข่ายฯ ในกัมพูชาและเมียนมา ก่อนลักลอบเข้าไทยมุ่งหน้าลงใต้เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย”
จากการจับกุมทั้ง 5 เหตุการณ์ อาจสะท้อนการปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือพื้นที่ปฏิบัติการของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ จากฐานในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังพื้นที่ปลายทางแห่งใหม่คือประเทศมาเลเซีย