แจงที่มา จับ “พ.ต.ท.” นอกรีด สังกัดภูธรภาค 5 พร้อมพวกรวม 4 คน อุ้มรีดชาวจีน เหยื่อไหวพริบดีให้พาไปเอาเงินที่เพื่อน ก่อนโทรแจ้งตำรวจซ้อนแผนจับ
วันนี้ ( 16 ก.ย. 69 ) ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ออกหนังสือชี้แจง กรณีตามที่มีการเผยแพร่ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ กรณี “บุกจับกุม "ว่าที่ พ.ต.ท." อายุ 57 ปี ตำแหน่ง สารวัตรกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรภาค 5 นายหนึ่ง พร้อมพวกรวม 4 คน ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ที่ 118/2569 ลงวันที่ 2 ก.ย. 2569 โดยกล่าวหาว่า “เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนหรือผู้อื่น ,เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ดังนี้
สืบเนื่องจากวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา นายหยวนเหวิน สัญชาติจีน ได้มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกับชายไทย 4 คน ใช้รถเก๋งสีน้ำเงินเข้มจอดขวางรถของตน และได้แสดงตัวเป็นตำรวจ ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางพร้อมอ้างว่า นายหยวนเหวิน มีหมายจับสากลจะต้องถูกจับกุม ซึ่งนายหยวนเหวิน ได้เก็บหนังสือเดินทางไว้ที่บ้าน จึงได้แสดงภาพที่ถ่ายในโทรศัพท์มือถือให้ดู แต่กลุ่มชายดังกล่าวแจ้งว่าให้พาไปที่บ้านพักเพื่อตรวจดูหนังสือเดินทางตัวจริง เมื่อไปถึงที่บ้านชายทั้ง 4 คน ได้เจรจาเรียกเงินจาก นายหยวนเหวิน 500,000 บาท แต่ต่อรองกันเหลือ 350,000 บาท ซึ่งในบ้าน นายหยวนเหวิน มีเงินสด 180,000 บาท และเงินดอลลาร์สหรัฐ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 40,000 บาท รวมเป็นเงินไทย 220,000 บาท ส่วนที่เหลือจะไปยืมจากเพื่อนซึ่งอยู่ที่บ่อตกกุ้งในพื้นที่ อ.สันกำแพง
ระหว่างทาง นายหยวนเหวิน ได้พกเงินสดใส่กระเป๋าไปด้วย กลุ่มชายดังกล่าวได้พา นายหยวนเหวิน ไปที่บ่อตกกุ้งเพื่อรับเงินจากเพื่อนในส่วนที่เหลือ เมื่อนายหยวนเหวิน เข้าไปพบเพื่อนเพียงลำพัง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก นายหยวนเหวิน ได้เล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนฟังแล้วโทรศัพท์แจ้งตำรวจสายตรวจมาตรวจสอบ ชายทั้ง 4 คนไหวตัวทัน จึงได้หลบหนีไปพร้อมกับนำเงินสดจำนวนดังกล่าวไปด้วย จากการสืบสวนทราบว่าผู้กระทำความผิดในคดีนี้ เป็นตำรวจยศ พ.ต.ท. และ ด.ต. ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 และมีพลเรือนอีก 2 ราย เป็นล่ามแปล
ต่อมาวันที่ 2 ก.ย. พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติชอบภาค 5 ซึ่งศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้วศาลจึงได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ” โดยมีพลเรือน 2 รายเป็นผู้สนับสนุน
แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. จึงส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพิจารณาตามอำนาจหน้าที่
และในวันที่ 9 ก.ย. คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติส่งเรื่องคืนพนักงานสอบสวน เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ร้ายแรง กระทั่งวันที่ 11 ก.ย. ผู้ต้องหาทั้ง 4 ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมทนายความ โดยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง
คดีนี้มีชาวต่างชาติเป็นผู้เสียหาย และมีตำรวจเป็นผู้ต้องหา ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป