หนูน้อยยืนหวีผมหน้าบ้านถึงกับทำหน้างง ตำรวจมาแต่เช้าเต็มหน้าบ้าน ที่แท้ยกขบวนมามอบรางวัล “ครอบครัวตัวอย่าง” สวมหมวกกันน็อกทั้งบ้าน ปลูกฝังวินัยจราจรตั้งแต่เด็ก
วันที่ 16 กันยายน 2569 ที่หมู่บ้านท่าดินแดง ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี มอบหมายให้ พ.ต.อ.ภคิน วรรณศรี ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุทัยธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปยังบ้านของนางเดือนเพ็ญ โอสถ พร้อมหลานชาย 2 คน คือ เด็กชายกันตพิชญ์ โอสถ และเด็กชายกัมลาศ โอสถ นักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านท่าซุง เพื่อมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและหมวกนิรภัยจำนวน 3 ใบ เป็นขวัญกำลังใจและยกย่องให้เป็นครอบครัวตัวอย่างที่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด
สีสันน่ารักชวนอมยิ้มเกิดขึ้นตั้งแต่เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง ขณะนั้นหนูน้อยกำลังเตรียมตัวไปโรงเรียนและยืนหวีผมอยู่บริเวณหน้าบ้าน เมื่อเห็นคุณตำรวจมากันหลายคนตั้งแต่เช้า เจ้าตัวถึงกับหยุดหวีผมชั่วครู่ พร้อมทำหน้าตางุนงงคล้ายสงสัยว่า คุณตำรวจมาที่บ้านทำไมเยอะแยะ ก่อนจะคลายความตกใจและยิ้มออก เมื่อทราบว่าทุกคนตั้งใจนำสิ่งของและหมวกนิรภัยมามอบให้ เพื่อชื่นชมคุณย่าและหลานชายทั้ง 2 คน ที่สวมหมวกกันน็อกทุกครั้งขณะเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์
นอกจากนี้ บริเวณรั้วหน้าบ้านยังพบหมวกนิรภัยทั้งของเด็กและผู้ใหญ่แขวนเรียงอยู่หลายใบ โดยบางใบมีสภาพเก่าจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่ยืนยันว่า ครอบครัวนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสวมหมวกนิรภัยกันมานาน ไม่ใช่เพียงเฉพาะวันที่เจ้าหน้าที่เดินทางมาเยี่ยม แต่ปฏิบัติจนเป็นนิสัยและเคารพกฎจราจรกันทั้งบ้าน
สำหรับที่มาของการมอบรางวัลครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากที่ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่พบเห็นนางเดือนเพ็ญ ซึ่งเป็นคุณย่า ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งหลานชายทั้ง 2 คน ที่โรงเรียน ขณะเดินทางผ่านบริเวณหน้าวัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง โดยคุณย่าสวมหมวกกันน็อกสีน้ำเงิน ส่วนหลานทั้ง 2 คน ซึ่งนั่งด้านหน้าและซ้อนท้าย ต่างสวมหมวกกันน็อกสีเหลืองอย่างเรียบร้อย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า คุณย่าเดินทางไปรับ–ส่งหลานที่โรงเรียนเป็นประจำทุกวัน โดยทั้งคุณย่าและหลานต่างสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างสม่ำเสมอ จึงนำไปสู่การมอบสิ่งของและหมวกนิรภัยในครั้งนี้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัย และร่วมกันปลูกฝังวินัยจราจรให้แก่เด็กตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อให้เติบโตเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีความรับผิดชอบต่อไป