ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : คลิปลับค้นบ้านอดีตกงสุลใหญ่นาอูรู มัด จนท.ดีเอสไอ?

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ เราจะเปิดคลิปลับขณะที่ดีเอสไอ ตำรวจ 191 และทหาร เข้าไปค้นบ้านอดีตกงสุลใหญ่นาอูรู ย่านสาทร ชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมของดีเอสไอ ไม่ได้เป็นแค่คนสังเกตุการณ์ตามที่เขียนรายงานถึงอธิบดี เป็นอีกหนึ่งหลักฐาน ที่จะชี้ทิศทางได้ว่า การตบทรัพย์เรียกรับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น มีใครที่ต้องรับผิดชอบบ้าง ติดตามกับคุณมะลิ แซ่ฉิ่น

เราไล่คลิปให้เห็นจากด้านนอกสถานที่พำนักอดีตกงสุลใหญ่นาอูรู ประจำประเทศไทย ซึ่งเผยแพร่โดย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ไปก่อนหน้านี้ โดยต่อให้เห็นถึงภาพด้านใน ขณะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ 191 และทหาร รวม 16 คน เข้าไปตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว ซึ่งพบว่าเป็นแหล่งกบดาน ทำผิดกฎหมายของแก๊งมังกรนอกรีต

เนื้อหาในคลิปที่ช่อง 7HD ได้มา ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่า เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจนับของกลาง รวมถึงการสอบสวนผู้ต้องหา ซึ่งสวนทางกับเอกสารลับที่ นายชูวิทย์ เคยออกมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอชุดดังกล่าว ทำหนังสือชี้แจงอธิบดีดีเอสไอในขณะนั้น คือ นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ว่า ไม่ได้ตรวจนับของกลาง แต่ส่งให้ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ เลย

คลิปที่ช่อง 7HD ได้มา ยังเห็นภาพหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของดีเอสไอ นั่งพูดคุยกับคนจีนรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับสากล ข้อหาทำวีซาปลอม ผ่านล่ามแปล ก่อนที่จะคุมตัวคนจีนคนดังกล่าว ไปค้นตามห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน

จิ๊กซอว์ต่อติด ประกอบเป็นรูปร่าง เมื่อภาพคนจีนภายในบ้านตามคลิปที่เราได้มา เป็นคนเดียวกับที่ขับรถไปเอาเงินสดมาส่งมอบให้กับล่าม ที่สถานีบริการน้ำมันเพื่อแลกการปล่อยตัว ก่อนที่เขาและภรรยา ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย จะหลบหนีออกนอกประเทศ ด้วยข้อมูลที่ปรากฏหลักฐานเชิงประจักษ์ จากคลิปวิดีโอที่เห็น ประกอบกับคำให้การของพยาน ทำให้พนักงานสอบสวนมั่นใจ เอาผิดแก๊งตบทรัพย์ได้ แม้ทุกคนจะให้การปฏิเสธ

จากข้อมูลเชิงลึก ยังพบว่า สาเหตุที่มีทหาร ศรภ. เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากเป็นคนคนสนิทของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของดีเอสไอบางคน มีบทบาทสำคัญ รับหน้าที่ถอดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิด ตั้งแต่ตอนที่ชุดปฏิบัติการฯ เข้าไปถึงตัวบ้าน ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มตามคลิปที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบันทึกเอาไว้ ตามที่เรานำมาเผยแพร่ให้เห็นในวันนี้ 

และจากข้อมูล หลักฐาน คำให้การของพยาน ที่ชี้ชัด มัดไปยังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่า ยืนหนึ่งในปฏิบัติการนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ชุดสืบสวนสอบสวน มั่นใจว่า จะหนีความรับผิดชอบไม่ได้ กระทั่งสุดท้ายมีการออกหมายจับแก๊งรีดทรัพย์ 20 ล้านบาทในที่สุด

เมื่อพยานหลักฐานมัด เอกสารลับทยอยถูกนำมาตีแผ่ สะท้อนถึงขั้นตอนที่ผิดปกติ ตั้งแต่ยื่นหนังสือของออกแผนปฏิบัติการ ไร้เลขหนังสือ หรือ (ย) แล้ว ท่ามกลางสายตาจับจ้องของสังคม จนทำให้อธิบดีดีเอสไอขณะนั้น ถูกหางเลข โดนเด้งออกจากตำแหน่ง คำสั่งแต่งตั้งชุดปฏิบัติการฯ ที่เต็มไปด้วยคำถามถึงความไม่ชอบมาพากล ก็ถูกรักษาราชการอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ยกเลิกด้วย

มีคำถามตามมาว่า เมื่อพบว่าคำสั่งของอดีตอธิบดีดีเอสไอมีปัญหา เหตุใดยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น มีเพียงแค่การตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 7 คนเท่านั้น ที่สำคัญคือการให้อดีตอธิบดีดีเอสไอพ้นเก้าอี้ไป ตามคำสั่งที่ออกมา ดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่การสลับตำแหน่งเท่านั้น

นี่เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สังคมกำลังตั้งข้อสังเกตว่า หรือผู้บริหารระดับสูง จะดำเนินการเพียงแค่ลดกระแสสังคม โดยไร้เจตนาที่จะสอบสวนทวนความ เพื่อสาวให้ลึกว่ามีใครอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการโฉด ตบทรัพย์แก๊งมังกรนอกรีตหรือไม่