ห้องข่าวภาคเที่ยง - เป็นกระแสมาตั้งแต่ต้น สำหรับรูปปั้นยักษ์ ร่างสีดำ เล็บแดงที่ปากมีเขี้ยว สายมูแห่กราบไหว้บูชา ลามไปถึง การตามล่าชีวิตหมาแมว มาเป็นเครื่องบูชายันต์ ไปย้อนดูที่มา "ครูกายแก้ว" ที่กำลังโด่งดังติดเทรนด์ ทวิตเตอร์ในขณะนี้กัน
เป็นกระแสตั้งแต่วันแรก วันที่ 9 สิงหาคม เวลา 09.00 น. รถบรรทุกคันหนึ่งขนรูปปั้นขนาดใหญ่ เข้ามายังถนนรัชดาภิเษก ขนาดความสูงของรูปปั้น ทำให้ส่วนบนของรูปปั้น ไม่สามารถลอดผ่านสะพานลอยคนข้าม วุ่นไปทั้งถนน การจราจรเป็นอัมพาธหลายกิโลเมตร หรือติดตั้งแต่รัชดายาวไปถึงสะพานพระราม 7 ในพื้นที่ จังหวัดนนทบุรี กระทั่งตำรวจจราจร สน.พหลโยธิน ต้องสั่งให้คนขับรถบรรทุกปล่อยลมยาง เพื่อลอดผ่านสะพานลอยไปให้ได้
หลายคนถามหาที่มาที่ไป ด้วยลักษณะของรูปปั้นค่อนข้างจะน่ากลัว มีปีกด้านหลัง ตาสีแดงฉาน เล็บยาวงุ้มสีแดง บริเวณใบหน้ามีเขี้ยวคล้ายนกการเวก ซึ่งเป็นสัตว์โบราณในป่าหิมพานต์ จึงเชื่อกันว่าครูกายแก้วเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งนก บ้างบอกว่าเป็นกุสโลบายดึงนักท่องเที่ยว บ้างบอกว่าเป็นอสูรเทพแห่งโชคลาภ
บางคนถึงขั้นไปรื้อหนังสือประวัติศาสตร์ เพราะมีข้อมูลว่า ครูกายแก้ว เป็นบรมครูผู้เรืองเวทย์ มีวิชาอาคม จากกัมพูชา แต่อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์เขมร กลับบอกครูกายแก้วไม่ปรากฎในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แต่บรรดาสายมูไม่รอช้า แห่ไปกราบไหว้บูชา ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ปิดก่อสร้างเพิ่มเติมชั่วคราว คาดว่าน่าจะใช้เวลาร่วมเดือน
"ครูกายแก้ว" แพร่สะพัดในโลกจริง และโลกโซเชียล มีการติดแฮชแท็ก #ครูกายแก้ว ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ของทวิตเตอร์ และมีการตั้งกลุ่ม "ลูกศิษย์ครูกายแก้ว บรมครูผู้เรืองเวทย์" มีสมาชิกประมาณ 1,300 คน ลามไปถึงการหาเครื่องบูชาที่ต้องสังเวย นั่นคือ ชีวิตบริสุทธิ์ของสุนัขและแมว จับฆ่าบูชายัญ
โดยมีผู้โพสต์คนหนึ่งตั้งคำถามหารือว่า "ระหว่างลูกหมากับลูกแมว เอาสัตว์ชนิดไหนมาบูชายัญครูกายแก้วดี แถวบ้านผมมีหมากับแมวเพิ่งคลอดพอดี เลือกไม่ถูก" หรือจะเป็นโพสต์มีแนะนำ "เราหาตามเพจคนโพสต์หาบ้านของแมว ยิ่งเป็นลูกแมวดำยิ่งดี ลูกแมวดำ 9 ตัว ขออะไรได้หมด ฆ่าแล้วเอาใส่กระถางสด ๆ ใช้ดินดำกลบ ปลูกดอกไม้ถวายครูท่าน" บางโพสต์ก็ระบุว่า "ขอบคุณน้อง ๆ ทีมงาน ที่ตระเวนหาหมาแมวจรจัดมาให้นำไปบูชาครูกายแก้ว ขออนุโมทนาบุญกับน้อง ๆ สาธุ"
เรื่องนี้ ทำให้ "มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์" อยู่นิ่งไม่ได้ โพสต์ข้อความระบุว่า "กำลังเป็นประเด็นร้อน สำหรับข่าวลัทธิกายแก้วใช้ลูกหมาลูกแมวมาบูชายัญ ประชาชนคนรักสัตว์แห่ส่งข่าว และตั้งคำถาม ว่าจริงหรือไม่ ที่บรรดาลูกศิษย์ลัทธิกายแก้ว ตระเวนขอรับลูกหมาลูกแมวมาบูชายัญตามความเชื่อของลัทธิ ซึ่งทางวอชด็อกกำลังตรวจสอบเรื่องนี้ ขอให้คนรักสัตว์อย่าเพิ่งตระหนกตกใจ เหตุแต่ละโพสต์ล้วนใช้ชื่อเฟซฯ อวตารกันทั้งนั้น
มีคนดังหลายคน ออกมาโพสต์ถึงครูกายแก้ว อย่างแพรรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร บอกว่า ศักดิ์สิทธิ์เพราะติดสะพานลอย ปีกมีไว้ทำไมก่อน พร้อมดึงสติสายมู บอกว่า จะกราบไหว้บูชาอะไร ควรศึกษาหาความรู้กันก่อน ไม่ใช่แห่กันไปตามกระแสนิยมอย่างเดียว ไปไหว้ ไปขอ ไปบูชา ไม่รู้ว่าเอาอะไรใส่ตัวกลับมากันบ้าง ดีหรือเปล่า เป็นมงคลหรืออวมงคล เป็นของดำหรือของขาว การกราบไหว้บูชามันเป็นสิทธิและความเชื่อส่วนบุคคล แต่อะไรที่พอติพอเตือนกันได้ ก็อยากติอยากเตือนไว้ก่อน
หรือ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ แสดงความเห็นเรื่องนี้ ใจความท่อนหนึ่งบอกว่า รูปปั้นอะไรก็ไม่รู้ที่กราบไหว้กันอยู่ มองในทางศิลปะก็สอบไม่ผ่าน จะว่าเป็นมนุษย์ก็ไม่ใช่ จะเป็นสัตว์ก็ไม่เชิง นึกไม่ออกว่าการไปบูชารูปปั้นอย่างนี้แล้ว จะเป็นสวัสดิมงคลได้อย่างไร น่าเกรงว่าจะเกิดผลตรงกันข้ามเสียด้วยซ้ำ สำหรับประเพณีบ้านเมือง สถานการณ์อย่างนี้คล้ายกับที่คนแต่โบราณท่านพูดว่า ผีป่าก็จะวิ่งมาสิงเมือง ยิ่งนัก
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจจะมีคำชี้แจง ทั้งเรื่องความเชื่อ ลัทธิ และการใช้ชีวิตลูกสุนัขและแมวบูชายันต์
ขอบคุณภาพจาก : ศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพฯ