เร่งคุมแนวไฟป่าพรุควนเคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช หลังลุกลามต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 3 เผยสาเหตุหลักเกิดจากชาวบ้านเผากระจูด
26 ส.ค. 66 ภาพมุมสูงจากโดรน เผยให้เห็นสภาพไฟป่าพรุที่กำลังลุกลามอยู่นี้ อยู่ในพื้นที่บ้านควนยาว บ้านควนชิง ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ยังประสบปัญหากับไฟป่า ที่กำลังลุกลามอย่างหนักในพื้นที่พรุควนเคร็ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช แนวไฟยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว ยังไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากการเข้าถึงพื้นที่ การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เป็นไปด้วยความยากลำบาก ในพื้นที่นี้เต็มไปด้วยป่ากระจูด ป่าเสม็ดขาว ทรัพยากรสัตว์น้ำ และลิงแสมจำนวนมาก โดยฝูงลิงได้หลบหนีแนวไฟตามสัญชาติญาณหายไปจากพื้นที่ แต่สันนิษฐานว่าบางส่วนอาจถูกไฟคลอก และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจำพวกเต่าพรุ อาจได้รับผลกระทบโดยเฉพาะพื้นที่วางไข่
ส่วนภาคพื้นดิน เจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนสานมุ่งหน้าสู่ อบต.เคร็ง และชุมชนผลิตกระจูด ต.เคร็ง เป็นการชั่วคราว และระดมรถน้ำ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ไฟป่าเข้ารักษาแนวไฟไม่ให้ลุกลาม บางส่วนต้องลุยเข้าไปในป่า พร้อมอุปกรณ์เพื่อใช้น้ำฉีดสกัดสร้างความชื้นป้องกันแนวไฟ ขณะเดียวกัน อุปสรรคใหญ่คือลมแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวไฟโหมลุกลามขยายวงกว้างไปหลายร้อยเมตร
อาสาสมัครเฝ้าระวังไฟป่าตำบลเคร็ง ระบุว่า ไฟป่าว่างเว้นมา 3-4 ปี ครั้งใหญ่ครั้งที่แล้วเมื่อปี 2562 มาครั้งนี้พื้นที่เต็มไปด้วยความหนาแน่นของกระจูดและพืชชนิดต่างๆ ที่ขึ้นเต็ม กลายเป็นเชื้อไฟอย่างดี สาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการจุดทั้งหมด เข้าใจว่าเป็นการจุดทำลายกระจูดเก่าเพื่อให้กระจูดใหม่เกิดขึ้น ความเชื่อของชาวบ้านคือรอให้กระจูดขึ้นใหม่เพื่อคุณภาพที่ดีขึ้น ส่วนไม้เสม็ดขาวนั้นเ มื่อถูกไฟไม่นานเขาจะดีขึ้นอีก จะกลับมาผลิใบได้ดีกว่าเก่า หากไฟไม่ลามเข้าไปในพื้นที่เกษตรเขาก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไร เขามองเขาคิดกันอย่างนั้น
ส่วนการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่พยายามที่จะเน้นควบคุมแนวไฟให้อยู่ในพื้นที่จำกัด แต่ปัญหาเรื่องลมและเชื้อเพลิงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุมแนวไฟได้ยาก บางจุดยังมีแนวไฟเรือนยอดกระจายสะเก็ดไปยังพื้นที่ใกล้เคียงผ่านแรงลมยิ่งทำให้ลุกลามอย่างหนักไปอีก ขณะเดียวบางจุดพบว่ามีความพยายามลักลอบบุกรุกด้วยการเข้าไปทำลายไม้เสม็ด และปลูกปาล์มแซมเข้าไปเพื่อยึดถือครอบครอง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจยึดและดำเนินคดี
ขณะที่นายเพิ่มศักดิ์ คงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 เปิดเผยว่าขณะนี้หลักๆ คือต้องเร่งควบคุมแนวไฟให้ได้ สภาพพื้นที่ความแล้งขาดฝน ประกอบกับพืชป่าพรุที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ระดมเจ้าหน้าที่จาก 7 ศูนย์ไฟป่าเข้าช่วยเหลือดับไฟอย่างต่อเนื่อง แต่จุดไหนที่เกรงอันตรายเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ต้องระวังและเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ส่วนการเกิดไฟนั้นเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ดดยเฉพาะสายตรวจที่ออกตรวจพื้นที่ทุกจุด ทางเจ้าหน้าที่ไม่ขอกล่าวหาใคร แต่ทุกฝ่ายควรต้องช่วยกันดูแล