กินไม่ได้นอนไม่หลับ หนุ่มอุดรท้อใจโพสต์ตามหา นกแก้วแสนรู้ โดนคนร้ายขโมย คาดเป็นลูกน้องเก่าคนใกล้ตัว เพราะมีกุญแจที่ถูกปั๊มไว้
นกแก้วหาย ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ Sasithorn Miew โพสต์คลิปและรูปภาพนกแก้วมาคอร์ ลงในเพจอุดร มีด่าน มีข่าว มีหมอลำ งานบุญ มีเหตุการณ์ต่าง ๆ บอกด้วย เพื่อขอความช่วยเหลือ พร้อมกับระบุข้อความว่า มีคนงัดบ้าน สิ่งที่มันเอาไปคือ เด็กๆ 2 ตัวเหตุเกิด 1/9/66 บ้านน้องอยู่แถวหนองใส นกแก้วบลูโกล์ สีฟ้า นกกระตั้ว สีขาว หัวด้านในสีเหลือง นกแก้วขวัญใจเด็ก ๆ นกออกงาน เด็กๆ อุดร รู้จักน้อง (น้องมีห่วงขาทั้ง 2 ตัว) คนร้ายอาจยังกบดานในอุดร หากใครได้ยินเสียงแปลกๆ แถวบ้าน รบกวนตรวจสอบดูให้หน่อยนะคะ น้องไม่คุ้นที่แปลก จะร้องเสียงดัง หนวกหู ปล. แจ้งความแล้วค่ะ แต่รบกวนพี่ๆ เป็นหู เป็นตาช่วยแจ้งเบาะแส อีกทางนึงค่ะ พร้อมทิ้งเบอร์ติดต่อไว้
ต่อมาเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไป พบกับนายฉัตรเพชร บัวระพันธ์ อายุ 36 ปี เจ้าของนกแก้ว และเจ้าของเพจ Himmaphan House Garden พบว่า บ้านที่เลี้ยงนกแก้ว มีรั้วรอบขอบชิด หน้าบ้านจัดสวน ปรับแต่งต้นไม้เหมือนธรรมชาติ ไว้เป็นที่ฝึกสอนนกแก้วให้คุ้นเคยกับคนและสถานที่
นายฉัตรเพชรเล่าด้วยสีหน้าเศร้าน้ำตาคลอว่า นกแก้วแสนรู้ ที่ถูกขโมยไป ชื่อ น้องแจ๊สซี่ สีฟ้า สายพันธุมาคอร์ อายุ 12 ปี ราคา 75,000 บาท ส่วนอีกตัว ชื่อ น้องมูมู่ สีขาว สายพันธุ์กระตั้ว อายุ 4 ปี ราคา 50,000-60,000 บาท ตนเองรัก นกทั้ง 2 ตัวเหมือนลูก เพราะผูกพันเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็ก
คนร้ายได้เข้ามาขโมยนกไปเมื่อช่วงวันที่ 31 ส.ค. ขณะตนออกไปทำธุระนอกบ้านในช่วงสาย กลับมาบ้านช่วงค่ำ เห็นประตูกระจกบานเลื่อนหน้าบ้านเปิดแง้มออก เจ้าแจ๊สซี่ และมูมู่ ที่ขังล็อกกุญแจไว้ในกรงหลังบ้านหายไป ตนรู้สึกตกใจมาก เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านนกแก้วสายพันธุ์แอฟริกันเกรย์ 2 ตัว ก็เพิ่งถูกขโมยไปทั้งที่ยังไม่ทันตั้งชื่อเลย คาดว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกันที่ก่อเหตุ และสงสัยคนใกล้ตัวที่เป็นอดีตลูกน้องที่เฝ้าร้านของตนที่ศูนย์การค้ายูดีทาวน์ และถูกตนไล่ออกจากงานไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เนื่องจากยักยอกเงินที่ขายสินค้าในร้านไปจำนวน 40,000 บาท แถมยังเอารูปภาพโปรไฟล์เฟสบุ๊กของตนไปลงขายขายนกแก้ว และมีลูกค้ามาติดต่อขอรับสินค้าที่ร้าน เช่น นกแก้วสายพันธุ์ต่างๆ หนู กระรอก และสัตว์เลี้ยงน่ารักอื่นๆ โดยบอกว่าได้โอนเงินเข้าบัญชีของทางร้านไปแล้ว ทำให้ตนทราบพฤติกรรมของลูกน้องรายนี้ จึงไล่ออกจากงาน เบื้องต้นตนได้ไปแจ้งความช่วงค่ำวันที่ 2 กันยายน 2566
นายฉัตรเพชร เจ้าของนกแก้ว เล่าต่อว่า ที่มั่นใจว่าเป็นฝีมือของคนใกล้ตัว คืออดีตลูกน้องผู้ชาย ชาวจ.ขอนแก่น เ เพราะเขาเอากุญแจบ้านและกุญแจล็อกกรงนกในบ้านไปปั๊ม และบ้านไม่มีร่องรอยโดนงัด รื้อค้นสินทรัพย์ ของอย่างอื่นอยู่ครบ จึงมั่นใจว่าเป็นฝีมือลูกน้องเก่า
หลังจากคู่นกแก้วตัวโปรดหายไป รู้สึกกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตระเวนขับรถตามหาตามสถานที่ต่างๆจนมืดค่ำ ให้เพื่อนโพสต์ลงเฟส ให้สายสืบโซเชียลช่วยตามหาอีกทาง ทุกคืนกลับมานอนน้ำตาไหล เพราะคิดถึงมันมาก จนท้อแท้ใจ หลังติดตามหาตัวนกแก้วมา 2 วัน 3 คืน แล้ว
จนกระทั่งเมื่อคืนวลาประมาณ 19.30 น. ตนได้เอาหม้อหุงข้าวเอนกประสงค์ ที่สามารถนึ่งข้าวเหนียวและหุงข้าวเจ้าได้ นำมาร้องเรียกชื่อนกแก้วทั้งสองตัว ตามความเชื่อของคนอีสาน เพื่อให้ได้เบาะแสในการติดตามตัวนกและคนร้าย ปรากฎว่า มีคนทักมาบอกเบาะแส ว่า นกทั้ง 2 ตัวของตนเองถูกขายให้ร้านจำหน่ายสัตว์เลี้ยงมีชื่อแห่งหนึ่งที่ กทม. ซึ่งตนเองจะได้ประสานไปทางร้าน เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นนกของตนที่ถูกขโมยไปหรือไม่ หากใช่ก็จะได้ประสานทางตำรวจชุดสืบสวน ให้ช่วยติดตามกลับคืนมา และฝากตำรวจช่วยติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ด้วย
ส่วนคู่นกแก้วสายพันธุ์แอฟริกันเกรย์ ยังไร้เบาะแส นอกเสียจากตำรวจติดตามจับคนร้ายรายนี้ได้ ทั้งนี้ นายฉัตรเพชร ฝากถึงคนร้ายว่า ถ้ารู้และสึกผิดในสิ่งที่ตนทำลงไปให้เข้ามามอบตัว เพราะหลักฐานมัดตัวทั้งหมดแล้ว เพราะที่ข้อเท้ามีรหัสห่วง และฝังไมโครชิพไว้ในตัวนกด้วย พร้อมกับมีการลงทะเบียนในการครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คนร้ายอาจจะไม่รู้ในเรื่องนี้ จึงลงมือก่อเหตุ และขอฝากเตือนภัยสัคมคนใกล้ตัวว่า อย่าไว้ใจคน เพราะสังคมสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ และอาจจะโดนเหมือนกับตน เพราะทุกคนก็การเงินมาดำรงชีพ แต่ต้องทำงานในอาชีพที่สุจริตจะดีกว่า และให้เป็นหูเป็นตาช่วยดูแลสังคม ส่วนเรื่องลูกน้องที่เคยขู่อาฆาตตนไว้ ตนก็ไม่ติดใจ เพียงแต่ต้องการได้นกของตนกลับคืน ส่วนเรื่องคดีก็ปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง