บิ๊กก้อง ลั่น ยศใหญ่แค่ไหนก็เอาผิด ชะลอแจ้งข้อหา ม.157

View icon 37
วันที่ 19 ก.ย. 2566 | 06.01 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงความคืบหน้าคดียิงสารวัตรแบงค์ หลังรับโอนคดีมาจากตำรวจภูธรภาค 7 เตรียมพิจารณาแจ้งข้อหา ม.157 กับตำรวจที่อยู่ในงานเลี้ยงคืนเกิดเหตุ ลั่นไม่ว่ายศไหนก็เอาผิดไม่มีละเว้น

บิ๊กก้อง ลั่นยศใหญ่แค่ไหนก็เอาผิด ชะลอแจ้งข้อหา ม.157
ช่วงบ่ายวานนี้ ที่กองบังคับการปราบปราม พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช หรือ บิ๊กก้อง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ประชุมกับ 11 หน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเร่งสะสางคดีสารวัตรแบงค์ถูกยิงเสียชีวิต หลังได้รับโอนคดีมาจากกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7

พลตำรวจโท จิรภพ กล่าวว่า รับโอนคดีจาก สภ.เมืองนครปฐม มา 2 คดี คือคดีฆ่าสารวัตรแบงค์ และคดี 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหลังจากที่มีการดำเนินคดีกับตำรวจไปแล้ว 6 คน ก่อนหน้านี้ ในส่วนตำรวจที่เหลือ ที่ประชุมได้ข้อยุติแล้วว่า จะพิจารณาจาก 2 ประเด็น คือ

1. เรื่องข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในวันเกิดเหตุ ทั้งก่อนเกิดเหตุและขณะเกิดเหตุ 

2. เรื่องข้อกฎหมาย 157 เป็นเรื่องที่ต้องถกกันมากพอสมควร ว่า พฤติกรรมแค่ไหนถึงถูกดำเนินคดี 157 เพราะบางคนขับรถพาไปส่งโรงพยาบาล บางคนโทรหา 191 และบางคนออกไปจากที่เกิดเหตุเลย ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการหารือกับเจ้าที่ตำรวจและผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ส่วนกล้องวงจรปิดที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานนำไปกู้ภาพมาทั้งหมด 15 ตัว พบว่า มี 1 กล้อง ที่ถือว่าเป็นจุดสำคัญที่จะเห็นภาพในช่วงเวลาเกิดเหตุได้ แต่ว่ากล้องตัวนี้กลับหยุดบันทึกภาพในเวลาประมาณ 10.00 น. ทำให้ไม่เห็นภาพในขณะเกิดเหตุจริง

ซึ่งมีการตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 2 ประเด็น คือ เจ้าของบ้านหยุดเวลาของกล้องนี้ไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ และมีการทำลายหลักฐานหลังเกิดเหตุ ซึ่งกำลังตรวจสอบ แต่เชื่อว่าส่วนตัวของอดีตกำนันนก ไม่น่าจะมีความรู้ในการลบภาพในกล้องวงจรปิด เพราะการนำเซิร์ฟเวอร์กล้องไปทิ้งใช้เวลาไม่นาน ไม่น่าจะลบได้ จึงเชื่อว่าน่าจะมีคนลบภาพในช่วงเวลาดังกล่าว แต่หากว่าไม่มีภาพวงจรปิดในขณะเกิดเหตุ ก็ยังมีหลักฐานอื่นประกอบการดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน ซึ่งจะเข้าข่ายว่าเป็นการเตรียมการไว้ก่อนหรือไม่ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ 

ส่วนที่ยังไม่แจ้งข้อหาใครเพิ่ม ยืนยันว่า ไม่มีการช่วยเหลือตำรวจด้วยกัน แต่ต้องการให้พยานหลักฐานแน่นให้มากที่สุด ไม่อยากให้ด่วนสรุป

กรมราชทัณฑ์ ยืนยัน กำนันนก ในเรือนจำ เป็นตัวจริง
ส่วนกรณีที่โลกโซเชียลฯ วิจารณ์และตั้งข้อสังเกตว่า กำนันนกที่ถูกจับไม่ใช่ตัวจริง นั้น นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยืนยัน เป็นกำนันนกตัวจริงแน่นอน เพราะก่อนที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จะรับตัวกำนันนกมาคุมขัง ได้ตรวจสอบลายนิ้วมือรูปพรรณต่าง ๆ ของกำนันนก ซึ่งก็ตรงกับรายงานทะเบียนราษฎร์ จากฐานข้อมูลการทะเบียน สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ครบถ้วนเรียบร้อย มีการบันทึกลายนิ้วมือถูกต้องครบถ้วนตรงกันตั้งแต่ที่ศาลจนถึงเรือนจำ

โดยขณะนี้ กำนันนกอยู่ระหว่างคุมขังป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และจะเข้าสู่กระบวนการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังต่อไป และระหว่างที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ก็สามารถพบทนายได้ทุกวันและเยี่ยมญาติผ่านระบบออนไลน์ตามระเบียบที่เรือนจำกำหนดไว้ ที่ผ่านมา มีภรรยาและบุตรเข้าเยี่ยม ส่วนความเป็นอยู่ก็ปกติดี รับประทานอาหารเรือนจำได้ตามปกติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง