ลูกเลี้ยงแทงพ่อเลี้ยงไส้ทะลัก หลังรำคาญเมาอาละวาด

ลูกเลี้ยงแทงพ่อเลี้ยงไส้ทะลัก หลังรำคาญเมาอาละวาด

View icon 372
วันที่ 25 ก.ย. 2566 | 07.26 น.
ข่าวในประเทศ
แชร์
ลูกเลี้ยงแทงพ่อเลี้ยงไส้ทะลักดับคาบ้าน เหตุเพราะรำคาญที่พ่อเลี้ยงเมาแล้วอาละวาด

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 24 ก.ย. 66  ร.ต.ท.กฤตณัฐ   รัตนกุสุมภ์  ร้อยเวร สภ.เมืองราชบุรี  ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิต  เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 7  ต.ดอนตะโก  อ.เมือง  จ.ราชบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน  แพทย์เวรโรงพยาบาลราชบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชานุกูลราชบุรี

ที่เกิดอยู่ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง พบว่าบ้านที่เกิดเหตุนั้นเป็นบ้านปูนชั้นเดียว  ภายในห้องนอนพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย  สภาพหน้าท้องด้านซ้ายมีร่องรอยถูกแทงจนไส้ทะลักออกมากองด้านนอก  ซึ่งทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายเอกลักษณ์ อายุ 38 ปี ส่วนผู้ที่ก่อเหตุทราบว่าเป็นลูกเลี้ยงชื่อ นายประสาน  อายุ 35 ปี หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป 

จากการสอบถาม นางพูนสุข  อายุ 51 ปี  ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ตายและเป็นแม่ของผู้ก่อเหตุ ก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า  ผู้ตายนั้นเป็นสามีใหม่ซึ่งทำงานเป็นคนดูแลบ้านในโครงนี้  และชอบดื่มเหล้าพอเมาก็ชอบโวยวายเสียงดัง  ส่วนลูกชายนั้นเพิ่งมาอาศัยอยู่ด้วยไม่นานและมีปัญหากับพ่อเลี้ยงเป็นประจำ แต่ก่อนจะเกิดเหตุผู้ตายก็เมาแล้วโวยวายเหมือนเช่นเคย  คาดว่าลูกชายน่าจะรำคาญจึงทำให้มีปากเสียงกัน  ซึ่งผู้ตายนั้นได้คว้าขวดเหล้าเพื่อจะไปตีหัวลูกชาย  ขณะที่ลูกชายก็คว้ามีดปาดตาลที่อยู่ใกล้มือจ้วงแทงสวนกลับมา  ทำให้ผู้ตายล้มลงและเห็นไส้ทะลักออกมาจึงได้รีบพาผู้ตายเข้าไปในห้องนอนและรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ช่วยมารับสามีไปโรงพยาบาล  แต่ก็ไม่ทันแล้วสามีได้เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งในช่วงที่เกิดเหตุนั้นตนก็พยายามห้ามแล้วแต่ไม่มีใครฟังเลย

ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำ นางพูนสุข อยู่ ผู้ก่อเหตุก็ได้โทรศัพท์ติดต่อมาเพื่อขอให้แม่ไปรับด้วย  เนื่องจากรถจักรยานยนต์น้ำมันหมด  เจ้าหน้าที่จึงได้รีบพาแม่ของผู้ต้องหาไปรับตัวเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นต่อไป

นอกจากนี้ยังมีเพื่อนบ้านที่เป็นแรงงานต่างด้าว  ก็มาให้ข้อมูลว่าบ้านนี้ติดยากันทั้งบ้านและชอบไปขอเงินกับพวกตนเองด้วย  เชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเมาอย่างเดียวแต่น่าจะมีอาการหลอนยาด้วย  ซึ่งในเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ก็จะต้องทำการตรวจปัสสาวะผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง