เศรษฐา ขอโทษ เจอดรามาพูดว่า ขี้ข้า

View icon 31
วันที่ 20 พ.ย. 2566 | 06.08 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ความคืบหน้าหลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กลับจากการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ครั้งที่ 30 ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งนายกฯ บอกว่าไม่มีเจ็ตแล็ก พร้อมทำงานต่อทันที

เศรษฐา ขอโทษ เจอดรามาพูดว่า ขี้ข้า
เมื่อวานนี้ มีกำหนดการไปปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 41 ในโอกาสครบรอบ 90 ปี หอการค้าไทย ทำให้มีโอกาสชี้แจงเรื่องที่เป็นดรามา และรายงานความคืบหน้าที่ได้จากการเดินทางไปสหรัฐครั้งนี้

ไปเริ่มที่ดรามาก่อน เรื่องที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากในโซเชียลคือ ช่วงที่ ท่านนายกฯ เปิดโอกาสให้ตัวแทนชุมชนชาวไทยในสหรัฐฯ 180 คน เข้าพบ มีจังหวะหนึ่งที่นายกฯ พูดคุยกับนักศึกษาไทย ว่าเคยพูดกับลูกหลังเรียนจบว่า "ขอให้ไปเป็นขี้ข้าเขาก่อน" ซึ่งคำพูด "ขี้ข้า" ดังกล่าว ถูกหยิบยกมาวิจารณ์ว่า นายก พูดจาไม่สุภาพ ท่านนายก จึงได้กล่าวขอโทษในเรื่องนี้ พร้อมบอกว่า ประเด็นดังกล่าว เป็นการพูดคุยส่วนตัวกับลูกอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ลูกได้เห็นว่าการไปเป็นลูกจ้างเขา ต้องเป็นคนขยัน โดยเฉพาะคนที่จบการศึกษามาใหม่ต้องมีความอดทน แต่ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน ส่วนตัวที่ย้ำแนวคิดนี้กับลูก เพราะอยากสร้างระเบียบวินัย และสร้างคอนเนกชันในการทำงาน

นายก พอใจผลประชุมเอเปก
ส่วนผลลัพธ์จากการไปประชุมที่สหรัฐ นายเศรษฐา ได้เล่าในการปาฐกถาว่า ขณะที่ได้นั่งทานอาหารข้างกับ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐได้มีการพูดคุยกัน ยืนยันว่าไทยพร้อมที่จะเป็นทางเลือก ให้บริษัทใหญ่ของสหรัฐอเมริกาเข้ามาตั้งฐานผลิตที่ไทย เพื่อกระจายความเสี่ยง และถือโอกาสเชิญมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

ส่วนการพบกับ นายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน พูดคุยกันในหลายประเด็น สัมผัสได้ว่าประธานาธิบดี เป็นคนที่มีพลังอบอุ่น และเป็นมิตร ซึ่ง ประธานสี ได้อวยพรให้ทีมไทยผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยถึงการเข้าพบกับนักธุรกิจรายใหญ่ของสหรัฐ ไม่ว่า Tesla, Walmart, Apple, Google หรือ อื่น ๆ ซึ่งหลายรายสนใจเข้ามาขยายฐานการลงทุนในไทย

ยัน เศรษฐกิจไทยวิกฤต ต้องแก้เร่งด่วนด้วย ดิจิทัลวอลเล็ต
สื่อยังได้ถามถึงกรณีที่ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ บอกว่าเห็นด้วยกับนโยบายแจกเงินดิจิตอล 10,000 บาท นายเศรษฐา ได้แสดงความขอบคุณ ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินมาใช้ เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยยังสามารถเติบโตได้ ไม่ใช่ภาวะวิกฤตจนต้องกู้เงิน นายเศรษฐา กล่าวว่า พร้อมรับฟังและรับทราบ แต่สำหรับตนมองว่าวิกฤต

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ขยายความเพิ่มเติมว่า ถ้าไปดู 9 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจเราโตขยายตัวเฉลี่ยที่ 1.8 เท่านั้น ขณะที่คู่แข่งไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เศรษฐกิจขยายตัวมากกว่าเราทั้งสิ้น ขอให้ไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนพักหนี้เกษตรไปแล้ว 13 หน พักแล้ว พักอีกต่อไป ซึ่งเกษตรกรเขาก็อยากภาคภูมิใจ อยากมีตลาดที่ดีขึ้น มีนวัตกรรมใหม่ทางการเกษตรเพื่อให้เกิดผลที่ดีขึ้น สาเหตุที่ค่าแรงขึ้นไม่ได้เพราะอะไร เพราะทุกธุรกิจรายได้ไม่ได้ขยายตัวขนาดนั้น

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลนี้และนักธุรกิจทุกคน เราจะเดินทางไปด้วยกันในเวทีโลก รัฐบาลนี้จะไม่กลัวการครหานินทาว่าจะเอื้อนาย ก. นาย ข. ในการทำการธุรกิจต่างประเทศ ตนไม่ทราบว่าปัญหาคืออะไร ถ้าท่านไม่เดินทางไปด้วยกัน และยินดีที่จะให้นักลงทุนเดินทางไปด้วยกัน

การปาฐกถาในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้รับสมุดปกขาว จาก นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งมีข้อเสนอสำคัญ 2 ส่วนคือ ข้อเสนอเพื่อการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย เช่น ในด้านการค้าการลงทุน หรือ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อีกส่วนคือข้อเสนอยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของหอการค้า 5 ภาค ที่แบ่งรายละเอียดในเชิงพื้นที่