กรณีเน็ตไอดอลสาว ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุไฟไหม้ตามร่างกาย ขณะเข้ารับการรักษาด้วยวิธีเผายา ซึ่ง “กัน จอมพลัง” ได้พาเน็ตไอดอลสาวคนดังกล่าว เดินทางไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเรียกร้องให้เอาผิดกับคลินิกและแพทย์ผู้รักษา ที่ให้การรักษาผิดมาตรฐาน
ล่าสุดวันนี้ (4 ธ.ค.66) ทางด้านเพจสถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ได้รีโพสต์ความรู้เรื่องการเผายา เพื่อทำความเข้าใจถึงการเผายา เวชปฏิบัติแผนไทย ช่วยปรับสมดุล ซึ่งการเผายา เป็นเวชปฏิบัติแผนไทยหัตถการหนึ่ง ที่ใช้หลักการเพิ่มธาตุไฟเฉพาะที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยใช้ความร้อนของไฟผ่านเครื่องยาสมุนไพรสดที่มีรสร้อนเข้าไป ใช้รักษาในผู้ป่วยที่มีภาวะธาตุไฟหย่อน โดยตรีธาตุอื่นอาจจะกำเริบหรือหย่อนก็ได้ตามสภาวะของผู้ป่วยขณะนั้น
สำหรับโรคหรืออาการที่สามารถเผายา ได้แก่
- ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย (จากไฟย่อยหย่อน)
- ภูมิแพ้อากาศ (น้ำมากจนไฟหย่อน)
- ผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต (มีภาวะไฟหย่อน เนื้อตัวเย็น กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก ไม่มีเรี่ยวแรง)
- อาการหนาวใน อาการอ่อนเพลียจากปิตตะหย่อน
- ปวดกล้ามเนื้อ จากภาวะลมอั้น
- หายใจไม่สะดวก จากภาวะเสมหะในทรวงอก
การเผายานั้น สามารถเผาได้หลายส่วนตามร่างกาย เช่น ท้อง แผ่นหลัง จำนวนรอบการเผายา ขึ้นกับอาการ อาจทำได้ 5-9 ครั้ง ก่อนเผาจะมีการบูชาครู โดยตั้งนะโม 1 จบ ตั้งจิตอธิษฐานให้ผู้ป่วยที่ทำการเผาหายหรือมีอาการที่ดีขึ้น ขอให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากไฟที่เราจุดจนกว่าเปลวไฟจะสูญสิ้นไป
ทั้งนี้หัตถการนี้ ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีภาวะปิตตะกำเริบ เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ขณะมีประจำเดือน ร้อนใน เพลียจากการตากแดด หอบเหนื่อย และต้องอยู่ในการดูแลของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น