พระพยอม เตือนสติกราบไหว้ “อาจารย์น้องไนซ์” อย่าหลงลืมพระรัตนตรัย

พระพยอม เตือนสติกราบไหว้ “อาจารย์น้องไนซ์” อย่าหลงลืมพระรัตนตรัย

View icon 154
วันที่ 6 ธ.ค. 2566 | 16.47 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
พระพยอม เตือนสติชาวพุทธกราบไหว้ “อาจารย์น้องไนซ์” เด็กชายวัย 7 ขวบ ในอนาคตอาจรุ่งเรืองหรือตกต่ำ เรื่องนี้ต้องดูกันไปยาว ๆ อาจมีดีจริงหรืออาจเป็นการถูกลวง แต่อย่าหลงกราบไหว้จนลืม พระรัตนตรัย

วันนี้ (6 ธ.ค. 66) จากกรณีที่ “อาจารย์น้องไนซ์ เทวานิรมิตจุติ” เด็กชายวัย 7 ขวบ ที่อ้างตนว่า เป็นร่างอวตารองค์เพชรภัทรนาคานาคราชลงมาจุติและบุตรของพระศายกมุนี จนกลายเป็นผู้ทรงภูมิความรู้ด้านวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อเผยแผ่ธรรมะด้านวิปัสสนากรรมฐาน จนโด่งดังและมีผู้คนติดตามจำนวนมาก โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปวิปัสสนา เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในจังหวัดภูเก็ต โดยมีผู้คนแห่ไปเข้าร่วมกิจกรรมนับร้อยคน

ทาง “พระพยอม กัลยาโณ” เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า บุตรของพระพุทธเจ้านั้นไม่มี มีแต่บุตรของสิทธัตถะที่ชื่อ “ราหุล” แต่ก็มีบางคำที่ถูกนำมาใช้คือคำว่า พุทธบุตร ซึ่งแปลว่าบุตรสาวกของพระพุทธเจ้า แต่ไม่ค่อยนิยมนำมาใช้กัน เรื่องการรู้ธรรมหรือทรงภูมิธรรมได้ด้วยตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อยนั้น อาจจะมีอัจฉริยะเกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่งมากกว่าเด็กคนอื่นหรือระลึกได้มากกว่าก็เลยสร้างปาฏิหาริย์ได้มากกว่าเด็กคนอื่น ทำให้คนเชื่อถือได้มากกว่าเด็กคนอื่น

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเด็กรุ่นใหม่สมัยนี้พูดแสดงแฝงธรรมได้ดีกว่ายุคก่อน คนก็เลยแตกตื่นกัน ซึ่งเรื่องนี้คำสอนของพระพุทธเจ้าสอนว่า อย่าเพิ่งรีบรับและอย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ เพราะถ้ารีบรับไปแล้วเกิดล้มเหลวตามมาก็จะกลายเป็นถูกลวง แต่ถ้ารีบปฏิเสธ เกิดเขามีดีจริงเราก็เสียโอกาส จึงอยากให้ลองตามดูไปก่อนแต่อย่าไปหลงจนลืมพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) ไป ตอนนี้เขายังเป็นเด็กอยู่ยังมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงอยู่อีกมากอาจจะรุ่งเรืองหรือตกต่ำก็ได้

นอกจากนี้ การที่ผู้ใหญ่ไปก้มกราบไหว้เด็กชายนั้น เป็นการกราบไหว้คุณธรรมที่สูงกว่าตามที่เขาเชื่อกัน เพราะสาเหตุส่วนใหญ่ผู้คนทำไปตามความเชื่อ เพราะไม่ค่อยเข้าวัด จนขาดพื้นฐานความรู้ในเรื่องธรรมะจนมีไม่พอ ก็เลยอยากรู้อยากเรียนอะไรที่มันข้ามขั้น ไม่อยากรู้อะไรที่มันลึกซึ้งในพระไตรปิฎก จึงอยากรู้ในเรื่องฉาบฉวย ส่วนเรื่องปัจจัตตังนั้น เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าท่านตรงตรัสรู้ได้ด้วยตัวของท่านเองมาก่อน จากนั้นคนรุ่นหลังก็มาตามหลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ไปเท่านั้น รู้ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น ไม่มีใครรู้ลึกซึ้งมาก่อน เรื่องปัจจัตตังกับคนทั่วไปอาจจะมีก็ได้หรือไม่มีก็ได้ ดังนั้นอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องหวือหวาหรือข่าวลือให้ตามดูกันในระยะยาว จะได้ไม่ผิดหวัง ไม่พลาดพลั้ง ให้อยู่กับหลักที่ว่าไม่รีบรับและไม่รีบปฏิเสธ ให้ดูเหตุดูผล ดูกาลเวลา ดูความเป็นไปได้ พิสูจน์ได้