รวบเจ้าของร้านอาหารดังในจังหวัดกาฬสินธุ์ ครอบครองอาวุธปืนเถื่อน 30 ประบอก เครื่องกระสุนกว่า 2 พันนัด มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท เตรียมขยายผลหาเครือข่ายขายปืนออนไลน์
วันที่ 14 ธันวาคม 2566 พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.สส.ภ4 พร้อมชุดสืบสวน กก.สส.3 บก.สส.ภ.4 แถลงผลการจับกุม นายสถาพร หรือต๋อง อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมของกลางอาวุธปืน 30 กระบอก เป็นปืนสั้น 17 กระบอก ปืนยาว 7 กระบอก ปืนไทยประดิษฐ์ 6 กระบอก เครื่องกระสุน 2,362 นัด ในข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน
พล.ต.ต.ณัฐนนท์ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของตำรวจแห่งชาติ ให้ปราบปรามบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับสิ่งกฏหมาย อาวุธปืนและการซื้อขายทางออนไลน์ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ ที่มักมีคนใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงกันเป็นประจำเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง ซึ่งอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ ส่วนใหญ่ซื้อขายทางออนไลน์
ด้านพล.ต.ตนพเก้า เผยว่าได้สั่งการให้ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 สืบสวนหาข่าวกลุ่มบุคคลที่ซื้อขายอาวุธปืนทางสื่อสังคมออนไลน์ จนทราบว่ามีผู้ใช้ facebook เฟซบุ๊กรายหนึ่ง มีการโพสต์ภาพและคลิปการซ้อมยิงปืน จึงสืบสวนจนทราบว่า เจ้าของเฟซบุ๊กรายดังกล่าว คือ นายสถาพร
และนอกจากนี้มีการสั่งซื้ออาวุธปืน และสะสมเป็นจำนวนมาก ชุดสืบสวนจึงได้ตรวจสอบข้อมูลการครอบครองอาวุธปืนจากนายทะเบียนอาวุธปืน ปรากฎว่านายสถาพร ไม่เคยได้รับอนุญาตจาก นายทะเบียน ให้ครอบครองอาวุธแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน และยื่นคำร้องขอจากศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ของหมายค้น เข้าตรวจค้นบ้านนายสถาพร พบอาวุธปืนของกลางดังกล่าว
สอบสวนนายสถาพร ให้การว่า เปิดร้านขายอาหารในเมืองกาฬสินธุ์ และชอบปืนจึงสะสมปืน โดยซื้อปืนที่มีทะเบียนมาจากเจ้าของเดิม และซื้อตามหนังสือขายปืน เพจขายปืน ในราคากระบอกละ 10,000-200,000 บาท เพื่อนำมาเก็บสะสมไว้ ยามว่างจะนำปืนออกมาซ้อมยิงปืนในสนามซ้อมยิง แต่ยังไม่เคยไปก่อเหตุทำร้ายใคร ยิงใคร เมื่อซ้อมเสร็จ ก็จะนำปืนมาทำความสะอาด เก็บไว้ที่บ้าน ทุกกระบอกมีใบรับรองการซื้อขายมาอย่างถูกต้อง แต่ยังไม่ได้ขอใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนเป็นของตัวเอง
จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน จะดำเนินการขยายผลจากการซื้ออาวุธปืนและนำอาวุธปืนของกลางที่จับกุมได้นำไปตรวจสอบว่าเคยนำไปก่อเหตุในคดีอื่นหรือไม่