หนุ่มป่วยจิตหูแว่วได้ยินเสียงในหัวบอกให้แทงคน

หนุ่มป่วยจิตหูแว่วได้ยินเสียงในหัวบอกให้แทงคน

View icon 472
วันที่ 28 ธ.ค. 2566 | 08.01 น.
ข่าวในประเทศ
แชร์
หนุ่มป่วยจิตมีอาการหูแว่ว ได้ยินเสียงในหัวบอกให้ไปทำร้ายคน เลยใช้แหนบปากแหลมแทงหัวลุงวัย 53 ปี แบบไม่ยั้ง

วันที่ 27 ธันวาคม 2566 เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งมีเหตุทะเละวิวาทกัน ที่บ้านหลังหนึ่ง ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 26 แยกย่อย ซอยที่ 7 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร และภายในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย จึงรีบประสานอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เร่งรัดตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

ที่เกิดเหตุพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บรายแรกชื่อ นายสมบัติ อายุ 53 ปี เป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว อยู่ในสภาพมีบาดแผลบริเวณศีรษะหลายแห่ง ใบหูมีบาดแผลเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก และตามลำตัวแล้วที่แขนอีกหลายแห่ง อาสาสมัครให้การปฐมพยาบาลเบื้องก่อนที่นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายเป็นชายทราบชื่อต่อมาชื่อ นายสิทธิศักดิ์   อายุ 22 ปี เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ อยู่ในสภาพใบหน้าบวมปูด ถูกมัดด้วยเชือกไนล่อนสีดำ ทั้งข้อมือและข้อเท้า อาสาสมัครให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนที่จะมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สน.ราษฎร์บูรณะ

และจากการสอบถาม นาย สิทธิศักดิ์  โบราณ หรือ นาย อาร์ม อายุ 22 ปี กล่าวว่าตนป่วยจิตเวชมานานประมาณ 1 ปี แล้วที่ลงมือก่อเหตุก็เพราะได้ยินเสียงในหัวบอกให้มาทำร้ายชายดังกล่าว ตนก็ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริงโดยใช้แหนบปลายแหลมที่เตรียมมาเป็นอาวุธใช้จ้วงแทงชายคนดังกล่าว

สอบถามคนเจ็บ เล่าว่า ตนนั่งทำงานอยู่หน้าบ้าน แล้วจู่ๆ ผู้ก่อเหตุก็เดินเข้ามาในบ้านเลย ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วย มาถามหาว่ามีเด็กผู้ชายมั้ย ตนบอกไม่มี เพราะตนมีแต่หลานสาว พอตนบอกไม่มี ผู้ก่อเหตุก็ใช้แหนบแทงเข้าที่หัวเลย

ขณะที่แม่ของผู้ก่อเหตุ บอกว่า ลูกชายตนป่วยจิตเวชมีอาการหูแว่ว กำลังรักษาตัวอยู่มียากินอยู่ ตอนเกิดเหตุแม่ออกไปซื้อกับข้าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ลงมือก่อเหตุ พร้อมแม่ ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สน.ราษฎร์บูรณะ และจะต้องรอทางผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากโรงพยาบาลก่อนหรือพอที่จะให้การได้ถึงจะเรียกมาสอบถามถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดอีกครั้งถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง