สืบนครบาล ร่วมกับ PCT5 จับกุม “เบนซ์ สโนเบล” VJ สาวแสบ ลวงสั่งสินค้า หลอกพนักงานส่งเติมเงินออนไลน์ เติมเงินค่าโทรศัพท์ กว่า 200 ครั้ง เสียหายกว่า 2 ล้านบาท
วันนี้ ( 4 ม.ค.67) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ,พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และชุด PCT5 ร่วมกันติดตามจับกุม นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ฐาน ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยจับกุมได้ที่บริเวณปากซอยศักดิ์เจริญ จรัญสนิทวงศ์ ซอย 3 กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานจัดส่งเดลิเวอรี ว่าถูกคนร้ายใช้แอปพลิเคชันสั่งสินค้าระบบออนไลน์ จึงสืบสวนทราบว่า 1 ในคนร้ายที่เป็นตัวการในการก่อเหตุ คือ นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ มีหมายจับที่ต้องการต้องตัว จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัว สอบสวน ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าเรียนจบ กศน. ชั้น ม.3 ปัจจุบันทำอาชีพวีเจออนไลน์ 18+ โดยได้ร่วมกับแฟน คือน.ส.สุพัตรา หรือทราย ซึ่งทำหน้าที่เข้าแอปพลิเคชันเดลิเวอรีเพื่อหลอกสั่งสินค้า ระบุพิกัดสถานที่จัดส่งซึ่งเป็นพิกัดหลอก พร้อมเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อ เมื่อคำนวนเวลาว่าพนักงานเดลิเวอรี่ใกล้ที่จะถึง ตนจะโทรติดต่อหาเพื่อหลอกให้พนักงานเดลิเวอรีเติมเงินทรูมันนีวอลเล็ตออนไลน์ บางครั้งให้เติมเงินค่าโทรศัพท์มือถือให้ เมื่อได้รับเงินแล้ว จะทำนิ่งเฉย ไม่รับสาย ถ้าโทรบ่อยตนก็จะบล็อกเบอร์ของพนักงานเดลิเวอรี
จากนั้นตนจะโอนต่อไปยังอีกบัญชีธนาคาร แบ่งเงินให้แฟนที่ร่วมกันก่อเหตุคนละครึ่ง ส่วนกรณีเงินค่าโทรศัพท์ ส่วนหนึ่งจะเข้าไปที่กลุ่มเฟซบุ๊กแลกค่าโทรเป็นเงินสด ในอัตราค่าโทรศัพท์ 500 บาท แลกกับเงินสดโอนเข้าบัญชีธนาคาร 300 บาท ใน 1 วันจะสามารถแลกได้แค่ 500 บาท ส่วนเงินค่าโทรศัพท์ที่เหลือ นำไปเล่นพนันออนไลน์ ส่วนเบอร์โทรศัพท์ที่นำมาผูกบัญชี จะหาจากกลถ่มในเฟซบุ๊ก ให้ค่าจ้างเปิดใช้งาน เปิดซิมพร้อมกับสแกนใบหน้า รายละ 500 บาท ซึ่งก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2564 ทำมาแล้วมากกว่า 200 ครั้ง ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปางมะผ้า ภ.จว.แม่ฮ่องสอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะสืบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป