ห้องข่าวภาคเที่ยง - แก๊งกรีดกระเป๋าฉกทรัพย์ชาวเวียดนามที่ก่อเหตุมาอย่างโชกโชนในไทย ตามที่เราทราบข่าวกันก่อนหน้านี้ ช่วงที่ผ่านมาดูเหมือนจะเงียบไป แต่ปรากฏว่าแก๊งลักษณะนี้กลับมาแล้ว คราวนี้ไม่เน้นทรัพย์สิน แต่เน้นบัตรเครดิตแทน
เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา พลตำรวจตรี นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปแถลงจับกุมแก๊งชาวเวียดนาม โดยนำของกลางที่ตรวจยึดได้มีทั้งชุดที่คนร้ายสวมใส่ในวันก่อเหตุ เครื่องรูดบัตรเครดิต 1 เครื่อง กระดาษใส่เครื่องรูดเงิน 7 ม้วน มีดคัตเตอร์ 1 เล่ม และโทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่อง
แก๊งนี้มีด้วยกัน 4 คน แต่ตำรวจจับกุมตัวได้ 2 คน พฤติการณ์การก่อเหตุตามที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวต่างชาติในคดีนี้แจ้งไว้ คือ ช่วงสายของวันที่ 30 ธันวาคม 2566 ถูกคนร้ายล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น บริเวณรอบวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ โดยทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปได้แก่ บัตรเครดิต 3 ใบ เงินสด 150,000 เยน ใบขับขี่ เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบพบว่า บัตรเครดิตของผู้เสียหายถูกถอนออกไปซื้อสินค้าเป็นเงิน 1,900,000 เยน
ฝ่ายสืบสวนจึงทำการสืบสวน จนทราบว่า คนร้ายมากัน 4 คน ขึ้นรถแท็กซี่ไปลงที่ซอยเพชรบุรี 17 แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าไปที่ซอยเพชรบุรี 19 เพื่อเตรียมก่อเหตุอีกแต่ไม่สำเร็จ จึงนั่งรถแท็กซี่ไปที่ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ และนั่งรับประทานอาหารจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับที่พัก
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มกราคม คนร้าย 2 คน จาก 4 คน ได้ไปที่แหล่งท่องเที่ยวย่านฝั่งธนบุรี ตำรวจจึงไปควบคุมตัวมาสอบปากคำ และขยายผลไปตรวจค้นห้องพักย่านดินแดง ยึดของกลางดังกล่าว แต่ทั้ง 2 ให้การปฏิเสธว่าก่อเหตุ
ส่วนแผนประทุษกรรมของคนร้าย พบว่าทั้ง 4 คน แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน คนแรกจะเข้าเดินแกล้งเข้าชนและชวนผู้เสียหายพูดคุย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ จากนั้นคนที่สองจะเข้าไปใช้มีดคัตเตอร์กรีด หรือฉกกระเป๋าเงินของผู้เสียหาย เมื่อได้กระเป๋าเงินมาแล้ว จะรีบวิ่งไปให้คนที่ 3 ที่รออยู่ตามจุดนัดพบ และคนที่ 3 จะวิ่งนำกระเป๋าเงินส่งไปให้คนที่ 4 ที่รออยู่ โดยคนนี้จะมีเครื่องรูดบัตร
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เดินทางเข้ามาภายในประเทศอย่างถูกกฎหมาย โดยคนแรก มีประวัติเดินทางเข้า-ออกประเทศมากถึง 49 ครั้ง เดินทางเข้ามาล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ทางจุดผ่านแดนถาวร บ้านคลองลึก ตม. จังหวัดสระแก้ว ประเภทวีซาเพื่อการท่องเที่ยวเป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน ส่วนคนที่สอง มีรายการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักร 23 ครั้ง เดินทางเข้ามาล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 ทางด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ ประเภทวีซาไปท่องเที่ยวเป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
ส่วนผู้ก่อเหตุอีก 2 คน ที่หลบหนีอยู่นั้น เบื้องต้น ฝ่ายสืบสวนสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้แล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลฯ ออกหมายจับ และได้ประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพื่อคัดกรอง และป้องกันคนร้ายอีก 2 คน หลบหนีออกนอกประเทศแล้ว
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาคนแรกเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันที่ซาฟารีเวิลด์ พื้นที่รับผิดชอบของ สน.คันนายาว เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว โดยผู้เสียหายเป็นชาวเกาหลีใต้สูญเงินไปกว่า 900,000 บาท และชาวจีนสูญเงินไปกว่า 400,000 บาท
พลตำรวจตรี นพศิลป์ บอกว่า หลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทบทวนเรื่องการใช้บัตรเครดิตแบบไม่เซ็นชื่อ เพราะถือว่าเป็นช่องโหว่ทางการใช้งานที่คนร้ายสามารถไปใช้ก่อเหตุได้