แพทย์หญิง ลั่น เอาผิดชาวต่างชาติเตะหลัง หวั่นมีแบ็กใหญ่

View icon 167
วันที่ 1 มี.ค. 2567 | 06.17 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ทางด้านคดี แพทย์หญิงที่ถูกทำร้าย พร้อมคุณพ่อ ให้ปากคำพนักงานสอบสวนที่ สภ.ถลาง โดยแพทย์หญิงยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะไม่ควรที่จะมีคนไทยคนไหนที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้

แพทย์หญิง ลั่น เอาผิดชาวต่างชาติเตะหลัง หวั่นมีแบ็กใหญ่
เมื่อช่วงเช้าวานนี้ พนักงานสอบสวน สภ.ถลาง นัดสอบปากคำแพทย์หญิงธารดาว จันทร์ดำ เพิ่มเติม ซึ่งคุณหมอเดินทางมาพร้อมด้วยแฟนชาวต่างชาติ และคุณพ่อ ได้เข้าพบ พ.ต.ท.อนุกูล หนูเกตุ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ถลาง ใช้เวลาสอบปากคำนานเกือบ 3 ชั่วโมง โดยออกจากห้องสอบสวนในช่วงบ่ายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

โดยผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีที่คุณพ่อโพสต์เรื่องนี้ พร้อมใบแจ้งความ ซึ่งในใบแจ้งความมีชื่อของชายสวิตเซอร์แลนด์คู่กรณีปรากฏอยู่ ทำให้คู่กรณีขู่จะแจ้งความกลับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นั้น แพทย์หญิงธารดาว จันทร์ดำ บอกว่า มันเป็นความจริง ถ้าหากจะฟ้องก็คงดำเนินกันตามกฎหมาย โดยแพทย์หญิงบอกนักข่าวว่า ส่วนตัวมีความเครียด เพราะคู่กรณีเหมือนมีแบ็กใหญ่ มีเงินเยอะ เธอเป็นแค่หมอตัวเล็ก ๆ ส่วนที่โดนเหยียดนั้น ไม่ควรมีใครโดนเหยียด แต่ถ้ามาขอโทษด้วยความจริงใจ ยินดีรับไว้ แต่ในส่วนของกฎหมายยังคงดำเนินการให้ถึงที่สุด

พ่อแพทย์หญิงเผยคดีถูกเบี่ยงประเด็น ทำให้หมอวิกลจริต
ด้าน นายเกษม จันทร์ดำ พ่อของแพทย์หญิงธารดาว บอกว่า เรื่องนี้กำลังกลายเป็นเรื่องของการเมือง เชื่อว่ามีการแนะนำจากทางราชการ มีความพยายามจะแปลงให้หมอเป็นคนวิกลจริต ซึ่งตนคิดว่าเลอะเทอะมาก ถ้าตำรวจทำแล้วไปแนะนำทนายความ อย่าทำแบบนี้ เพื่อให้หมอเกิดความสับสน แต่ได้แนะนำหมอไปว่า ให้พูดไปตามข้อเท็จจริง เพราะเราแต่ละคนยุ่งกับการทำงาน ไม่มีเวลาว่างมากมายนัก ก็ขอฝากตำรวจอย่าไปเข้าข้างคนผิด โดยพ่อยืนยันว่า เรื่องนี้จะดำเนินคดีถึงที่สุด เพราะเราถูกกระทำ ก่อนหน้านี้พูดแบบหนึ่ง พอเป็นกระแสก็เปลี่ยนเป็นอีกแบบ ส่วนตำรวจชั้นผู้น้อย 2 คน ที่ไปในคืนเกิดเหตุ ทางเราไม่ติดใจ เพราะถูกสั่งให้ไปตามหน้าที่ อยากให้ฝ่ายยุติธรรมปกป้องคนที่เป็นพลเมืองของไทย ไม่ใช่ปกป้องคนต่างด้าว
 
พ่อแพทย์หญิง ลั่น ชนะคดี มอบเงินพัฒนาหาด
นายเกษม ยังกล่าวขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนทั้งในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต และส่วนกลาง เรื่องนี้ตนคิดว่าพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตที่จะต้องเคลื่อนไหวเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ในเรื่องของการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ถ้าการจัดการท่องเที่ยวภูเก็ตดีและบุคคลท้องถิ่นไม่ถูกเหยียบย่ำ ไม่อยู่ให้อิทธิพลของพวกทุนต่าง ๆ จะเป็นคุณูปการให้จังหวัดภูเก็ตและคนที่มาท่องเที่ยว เพราะภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับโลก 

โดย นายเกษม บอกว่า จะสู้ถึงที่สุด หากว่าแพ้ก็ยินดีแพ้คดี แต่ถ้าชนะจะมอบเป็นกองทุนรักษาชายหาดบริเวณที่เกิดเหตุให้กับพี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ต

ตำรวจขอให้เชื่อมั่นการสอบสวน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
ขณะที่ พ.ต.อ.ภารกร สนธิกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต บอกว่า ครั้งนี้เป็นการสอบสวนผู้เสียหายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ให้ชัดเจนว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่ โดยขั้นตอนจะมีการออกหมายเรียกเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม 

พ.ต.อ.ภารกร บอกด้วยว่า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้ความสนใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ผู้ว่าฯ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับพฤติกรรม หรือความประพฤติของชาวต่างชาติ ถ้ามีชาวต่างชาติบางคนประพฤติตนไม่เหมาะสม หรือถ้าเข้าข่าย จะมีการเสนอเพิกถอนหนังสือเดินทางอย่างเด็ดขาด