ผัวป่วยจิตเวช คลั่ง! ใช้ด้ามจอบทุบหัวเมียดับคาที่นอน ก่อนออกมาไล่ทำร้ายชาวบ้าน

ผัวป่วยจิตเวช คลั่ง! ใช้ด้ามจอบทุบหัวเมียดับคาที่นอน ก่อนออกมาไล่ทำร้ายชาวบ้าน

View icon 202
วันที่ 30 มี.ค. 2567 | 12.42 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ผัวป่วยจิตเวช คลั่ง! ใช้ด้ามจอบทุบหัวเมียดับคาที่นอน ก่อนออกมาไล่ทำร้ายชาวบ้าน จนชาวบ้านต้องช่วยกันจับมัดไว้ แล้วส่งตำรวจ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 มีนาคม 2567 ขณะที่ พ.ต.ท.สืบศักดิ์ ภาราศี สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุสามีป่วยจิตเวชใช้ด้ามจอบทุบหัวเมียเสียชีวิตบนที่นอนในบ้าน ซึ่งชาวบ้านได้ช่วยกันจับผู้ก่อเหตุมัดไว้ที่หน้าบ้าน ซึ่งภายหลังก่อเหตุฆ่าเมียกลางคืนที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุออกมาจากบ้านมาไล่ทำร้ายชาวบ้านต่อ ล่าสุด ตำรวจควบคุมตัวไปที่โรงพักแล้ว

บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านทำด้วยสังกะสี ภายในห้องพบร่องรอยการต่อสู้ข้าวของกระจัดกระจาย พบศพนางสาวพนิดา อายุ 37 ปี ภรรยาเจ้าของบ้าน นอนตะแคงอยู่ในมุ้งบนที่นอน และพบด้ามจอบทำด้วยไม้เนื้อแข็งความยาวประมาณ 1.5 เมตร ปลายด้ามจอบเปื้อนเลือด ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบสภาพศพรอบศีรษะถูกทุบจนกะโหลกแตกเป็นแผลฉกรรจ์ 6-7 แห่ง เสียชีวิตมาประมาณ 8-12 ชั่วโมง อาสากู้ภัยฯ จึงนำศพไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อรอญาติมารับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ส่วนคนก่อเหตุทราบชื่อภายหลังคือ นายบุญช่วย อายุ 49 ปี เจ้าของบ้าน ป่วยจิตเวชจากการใช้สารเสพติด (ยาบ้า กัญชา) และเคยมีประวัติคุ้มคลั่งทำร้ายพระภิกษุในวัดธรรมเสนา ที่อยู่ห่างกันประมาณ 800 เมตร โดยการจับศีรษะโขกพื้นในศาลาจนหัวแตก เหตุเกิดเช้าวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา

สอบถามนายธิติวุฒิ อายุ 47 ปี เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังล้างรถยนต์เก๋งอยู่หน้าบ้าน ผู้ก่อเหตุได้เดินมาใช้มือตบที่ศีรษะตน 3-4 ครั้ง ตนจึงถอยหนีเพื่อตั้งหลัก แล้วก็เกิดการชกต่อยกัน จากนั้นพ่อกับหลานชายก็ออกมาช่วยจับผู้ก่อเหตุมัดเอาไว้ ผู้ก่อเหตุมีอาการตาขวาง กัดฟัน และเดินมาชี้หน้าตน ก่อนจะมาทำร้ายตน ผู้ก่อเหตุอยู่บ้านกับเมีย 2 คน

ตอนนั้นตนยังไม่รู้ว่าเมียแกถูกทำร้ายจนตาย มีคนข้างบ้านได้ยินเสียงผู้ชายร้องตะโกน และเสียงทะเลาะตอนช่วงค่ำของวันที่ผ่านมา หลังจากตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อเหตไปโรงพัก จึงแจ้งญาติผู้ก่อเหตุพากันเข้าไปดูในบ้าน ก็พบว่าเมียถูกทำร้ายเสียชีวิตในบ้านแล้ว และก่อนหน้านี้บ้านผู้ก่อเหตุก็ถูกเพลิงไหม้วอดทั้งหลัง จึงไปสร้างเพิงพักอยู่หลังบ้าน”

ด้านนางจิตติมา อายุ 53 ปี เพื่อบ้าน เล่าว่า เมื่อวานเวลาประมาณ 20.00 น. (29 มี.ค.67) ขณะตนกำลังจะเข้านอนพักผ่อน ก็ได้ยินเสียงผู้ตายร้องไห้เสียงดัง และได้ยินเสียงทะเลาะกัน ในห้องนอนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ส่วนตนก็มาแอบดูที่หน้าต่าง ไม่กล้าเข้าไปกลัวได้รับอันตราย เพราะมีความผิดปกติมา 2 สัปดาห์แล้ว สงสัยผู้ก่อเหตุจะขาดยารักษาอาการจิตเวช ชอบเดินไปมาในซอย ขนาดแดดร้อนก็ยังยืนตากแดด ไม่ยอมเข้าไปหลบในที่ร่มเลย ตนจึงสงสัยว่าเขาอาจจะขาดยาอีกแล้ว

จากนั้นเสียงร้องในห้องก็เงียบไป แล้วได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขี่ออกไป ตนนึกว่าเมียคงขี่รถหนีผัวออกจากบ้านไปแล้ว และได้ยินเสียงทุบรั้วปูน โดยตนก็ได้ยินเสียงร้องผู้ก่อเหตุทั้งคืน ร้องคำรามเหมือนสิงโตและเสือ ตอนนั้นตนคิดว่าผู้ก่อเหตุคงไปสักยันต์อะไรมาแล้วมีอาการของขึ้น”

ส่วนนายฉลาด อายุ 77 ปี เล่าว่า ตนได้ยินเสียงลูกชายร้องที่หน้าบ้าน จึงออกมาดู ก็พบผู้ก่อเหตุกับลูกชายกำลังต่อสู้กัน ตนจึงเข้าไปช่วยลูกชาย ซึ่งก่อนเกิดเหตุลูกชายตนกำลังล้างรถยนต์เก๋งอยู่หน้าบ้าน ผู้ก่อเหตุเข้าไปทำร้ายลูกชาย โดยไม่รู้สาเหตุ ก่อนลูกชายจะถอยไปตั้งหลัก แล้วก็เกิดการชกต่อยกันขึ้น ส่วนคนก่อเหตุมีอาการคุ้มคลั่ง จากการใช้สารเสพติด เคยก่อเหตุทำร้ายพระภิกษุจนหัวแตกมาแล้ว ปกติเขาจะเดินไปเดินมาในซอย และเขามีอาการจิตเวช และกินยารักษาอการมานานแล้ว

ขณะที่นายอลงกรณ์ พี่ชายคนก่อเหตุ ชาวชุมชนบ้านม่วง 2 เขตเทศบาลนครอุดรธานี บ้านพักตนอยู่ไม่ไกลจากบ้านน้องชาย ขณะตนอยู่ที่บ้าน มีคนโทรศัพท์ไปบอกว่า น้องชายไล่ทำร้ายคนในซอย ตนจึงได้มาดูก็พบว่าประตูรั้วหน้าบ้านปิดล็อค ส่วนน้องชายถูกตำรวจจับตัวไปแล้ว แต่ไม่เห็นเมียของน้องชาย ที่แรกนึกว่าน้องสะใภ้ไปทำงานที่ปั๊มน้ำมัน จึงให้คนขี่รถไปตามแต่ก็ไม่เห็น ตนกับชาวบ้านจึงปีนเข้าไปเปิดประตูบ้านน้องชาย ก็พบน้องสะใภ้ถูกทำร้ายเสียชีวิตอยู่บนที่นอน จึงให้คนมาตัดกุญแจหน้าบ้านให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ

ส่วนเรื่องไฟไหม้บ้านนั้นมีแต่คนว่าน้องชายเป็นคนเผา หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นไฟฟ้าลัดวงจร แต่เรื่องทำร้ายร่างกายพระนั้นเขาทำจริง ซึ่งตนคิดว่าน้องไม่กินยารักษาอาการอย่างต่อเนื่อง เมื่อถามน้องก็จะโกหกว่ากินยาแล้วทุกครั้ง แล้วก็จะแอบไปเล่นยาอีก หลังจากน้องชายป่วยจิตเวชก็ไม่ได้ทำงานอะไร มีแต่เมียทำงานที่ปั๊มน้ำมันหาเลี้ยง น้องสะใภ้เป็นคนนิสัยดี อยู่กินกับน้องชายตนมานานหลายปีแล้ว ปกติน้องชายจะเป็นกลัวเมีย ถ้าเมียพูดอะไรก็จะฟัง ครั้งนี้คาดว่าเขาคงจะเสพยาเข้าไปมาก แล้วเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ก่อนลงมือฆ่าเมียตัวเอง”

ขณะที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายบุญช่วย ผู้ก่อเหตุ ไปสอบสวนที่โรงพัก แต่ไม่ยอมพูดให้การอะไรเลย ได้แต่ทำตาขวาง กัดฟัน และจะควบคุมตัวไปรักษาอาการคุ้มคลั่งให้สงบลงที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี หรือมีอาการดีขึ้นจนสามารถให้การได้ จึงจะควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ในเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่น” เพราะมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน