CAAT ประเมินผลกระทบตะวันออกกลาง คาดสายการบินปรับลดเที่ยวบินหลังสงกรานต์ตามต้นทุนเชื้อเพลิงและดีมานด์
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันสายการบินในภูมิภาคดังกล่าวทยอยกลับมาให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณเที่ยวบินในภาวะปกติ ขณะที่สายการบินจากบางประเทศ เช่น บาห์เรนและคูเวต อยู่ระหว่างเตรียมกลับมาทำการบินโดยใช้ท่าอากาศยานในประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นฐานปฏิบัติการชั่วคราว ส่งผลให้ยังคงเหลือเพียงบางประเทศคู่ขัดแย้งที่ยังไม่สามารถกลับมาทำการบินได้
สำหรับสถานการณ์เที่ยวบินภายในประเทศ ยังคงให้บริการได้ตามปกติ และไม่พบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ยังสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เริ่มเกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงจะเพิ่มขึ้น แต่ด้วยการบริหารจัดการราคาบัตรโดยสารในรูปแบบ Dynamic Pricing และความร่วมมือของหน่วยงานด้านการบินทั้งระบบ ทำให้ยังคงมีบัตรโดยสารในระดับราคาที่เหมาะสมจำหน่ายในตลาด โดยเฉพาะสำหรับผู้โดยสารที่วางแผนการเดินทางและสำรองบัตรโดยสารล่วงหน้า ทั้งนี้ CAAT แนะนำให้ผู้โดยสารเลือกซื้อบัตรโดยสารผ่านสายการบินโดยตรง เพื่อความมั่นใจในราคาและเงื่อนไขที่เป็นไปมาตรการกำกับดูแล
ในระยะต่อไป หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ CAAT ประเมินว่าสายการบินจะทยอยปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น รองรับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน และแนวโน้มความต้องการเดินทางที่เข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาล
โดยเริ่มมีสัญญาณจากสายการบินต่างประเทศที่ปรับลดจำนวนเที่ยวบิน ขณะที่ CAAT ได้ประสานสายการบินของไทยเพื่อทบทวนแนวทางการให้บริการอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงการปรับลดหรือควบรวมเที่ยวบินในบางเส้นทาง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเดินทางและบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ